[๘๒๘] สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์รับบิณฑบาต รับแต่สูปะเป็นส่วน มาก ... พระบัญญัติ ๑๗๔. ๒๙. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักรับบิณฑบาตมีสูปะเสมอกัน. สิกขาบทวิภังค์ ที่ชื่อว่า สูปะ มีสองชนิด คือ สูปะทำด้วยถั่วเขียว ๑ สูปะทำด้วยถั่วเหลือง ๑ ที่ จับได้ด้วยมือ. อันภิกษุพึงรับบิณฑบาตมีสูปะพอสมกัน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ รับแต่สูปะอย่าง เดียวเป็นส่วนมาก ต้องอาบัติทุกกฏ. อนาปัตติวาร ไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ รับกับข้าวต่างอย่าง ๑ รับของญาติ ๑ รับของผู้ปวารณา ๑ รับเพื่อประโยชน์แก่ภิกษุอื่น ๑ จ่ายมาด้วยทรัพย์ของตน ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๙ จบ. ____________ ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๑๐

[๘๒๙] สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์รับบิณฑบาตถึงล้นบาตร ... พระบัญญัติ ๑๗๕. ๓๐. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักรับบิณฑบาตจดเสมอขอบบาตร. สิกขาบทวิภังค์ อันภิกษุพึงรับบิณฑบาตเสมอขอบปากบาตร ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ รับบิณฑบาต จนล้น ต้องอาบัติทุกกฏ. อนาปัตติวาร ไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้อง อาบัติแล. ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๑๐ จบ. วรรคที่ ๓ จบ. __________________ วรรคที่ ๔ สักกัจจวรรค สิกขาบทที่ ๑

เล่มที่ มหาวิภังค์ ภาค ๒๔๐๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “วรรคที่ ๓ ขัมภกตวรรค