ภิกษุเห็นปานนี้ข่มกิเลสได้ด้วยอำนาจธุดงค์ เป็นอันชื่อว่าข่มกิเลสได้แล้ว โดยประการนั้นนั่นแล.

เพราะภิกษุบางรูปมากไปด้วยการเข้าปฐมฌานเป็นต้นโดยนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล กิเลสย่อมไม่ได้โอกาส เป็นอันข่มได้ด้วยอำนาจสมาบัติ ท่านกระทำกิเลสให้เป็นอันข่มได้โดยประการนั้นนั่นแล คลายกำหนัดได้แล้ว ย่อมยึดพระอรหัตไว้ได้ เหมือนพระมหาติสสเถระฉะนั้น.

ได้ยินว่า พระมหาติสสเถระได้สมาบัติ ๘ ตั้งแต่เวลาที่มีพรรษา ๘ ท่านกล่าวธรรมได้ใกล้เคียงอริยมรรค ด้วยอำนาจเรียนและการสอบถาม เพราะกิเลสที่ถูกข่มไว้ด้วยสมาบัติไม่ฟุ้งขึ้น แม้ในเวลาที่ท่านมีพรรษา ๖๐ ก็ไม่รู้ตัวว่ายังเป็นปุถุชน

ครั้นวันหนึ่ง ภิกษุสงฆ์จากติสสมหาวิหาร ในบ้านมหาคาม ได้ส่งข่าวแก่พระธัมมทินนเถระผู้อยู่ที่หาดทรายว่า ขอพระเถระจงมากล่าวธรรมกถาแก่พวกกระผม. พระเถระรับคำแล้ว คิดว่า ภิกษุผู้แก่กว่าไม่มีในสำนักของเรา แต่พระมหาติสสเถระเล่าก็เป็นอาจารย์ผู้บอกกรรมฐานแก่เรา เราจะตั้งท่านให้เป็นพระสังฆเถระแล้วจักไป ท่านอันภิกษุสงฆ์แวดล้อมแล้วไปยังวิหารของพระเถระ แสดงวัตรแก่พระเถระในที่พักกลางวัน นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง.

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๑๑๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “วรรคที่ ๒”