ก็ในวจีกรรมนี้ ประกอบความว่า เมื่อบุคคลฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ที่เจ้าของไม่ให้ ประพฤติมิจฉาจาร บาปซึ่งมีเหตุมาแต่การกระทำนั้นไม่มี ดังนี้ฉันใด ในวจีกรรมและมโนกรรมก็ฉันนั้น พึงประกอบความว่า เมื่อบุคคลพูดเท็จ กล่าวคำส่อเสียด กล่าวคำหยาบ กล่าวคำเพ้อเจ้อ บาปซึ่งมีเหตุมาแต่การพูดนั้นไม่มี เมื่อบุคคลมีอภิชฌา คือความเพ่งเล็ง มีจิตพยาบาท มีความเห็นผิด บาปซึ่งมีเหตุแต่วจีทุจริตและมโนทุจริตไม่มี ดังนี้.

ก็ในบทว่า ยา จ เจตนา ดังนี้เป็นต้น เจตนาที่เกิดพร้อมกับทิฏฐิ ชื่อว่าเจตนา. ความปรารถนาที่เกิดพร้อมกับทิฏฐิ ชื่อว่าปัตถนา ความปรารถนา. การตั้งจิตไว้ตามเจตนาและความปรารถนา ชื่อว่าปณิธิ ความตั้งใจ. ส่วนธรรมมีผัสสะเป็นต้นที่ประกอบพร้อมกับเจตนาเป็นต้นเหล่านั้น ชื่อว่าสังขาร ธรรมอันปัจจัยปรุงแต่ง.

บทว่า ทิฏฐิ หิ ภิกฺขเว ปาปิกา ความว่า เพราะว่า ทิฏฐิของบุคคลนั้นเลวทราม.

บทว่า นิกฺขิตฺตํ แปลว่า ปลูกไว้.

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๑,๑๒๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “วรรคที่ ๒”