ภิกษุเห็นปานนี้ข่มกิเลสได้แล้วด้วยอำนาจแห่งวิปัสสนา เป็นอันชื่อว่าข่มได้แล้วโดยประการนั้นนั่นแล.
เมื่อภิกษุบางรูปกระทำนวกรรมโดยนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล กิเลสย่อมไม่ได้โอกาส เป็นอันชื่อว่าท่านข่มกิเลสได้ด้วยอำนาจนวกรรม ท่านกระทำกิเลสนั้นให้เป็นอันข่มไว้แล้วอย่างนั้น คลายกำหนัดได้แล้วย่อมยึดพระอรหัตไว้ได้ เหมือนพระติสสเถระในจิตตลบรรพต ฉะนั้น.
ได้ยินว่า ในเวลาที่พระติสสเถระนั้นได้ ๘ พรรษาเกิดความอยากสึก ท่านไม่อาจบรรเทาความอยากสึกนั้นได้ ซักย้อมจีวรปลงผมแล้ว ไหว้พระอุปัชฌาย์ ยืนอยู่.
ลำดับนั้น พระเถระกล่าวกะท่านว่า ท่านมหาติสสะ อาการของท่านเหมือนไม่ยินดีหรือ? ภิกษุนั้นตอบว่า ขอรับท่าน กระผมอยากสึก กระผมบรรเทามันไม่ได้. พระเถระตรวจอัธยาศัยของท่าน เห็นอุปนิสัยพระอรหัต จึงกล่าวโดยความเอ็นดูว่า ผู้มีอายุ พวกเราเป็นคนแก่ ท่านจงสร้างสถานที่อยู่ สำหรับพวกเราสักหลังหนึ่ง ภิกษุผู้ไม่เคยถูกใครพูดเป็นคำที่ ๒ จึงรับว่าดีละ ขอรับ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที