ลำดับนั้น พระเถระกล่าวกะภิกษุทั้งหลายว่า ผู้มีอายุเมื่อท่านกำลังทำนวกรรม ก็อย่าได้สละแม้แต่อุเทศ จงมนสิการพระกรรมฐานและจงกระทำบริกรรมกสิณตามกาลอันสมควร. ภิกษุนั้นกล่าวว่า กระผมจักกระทำอย่างนั้นขอรับ ไหว้พระเถระแล้ว ตรวจดูที่อันเป็นเงื้อมเห็นปานนั้น คิดว่า ตรงนี้ทำได้ จึงนำฟืนมาเผาชำระ (ที่) ให้สะอาด แล้วก่ออิฐ ประกอบประตูและหน้าต่าง ทำที่เร้นเสร็จ พร้อมทั้งก่ออิฐบนพื้นที่จงกรมเป็นต้น แล้วตั้งเตียงและตั่งไว้แล้ว ไปยังสำนักพระเถระไหว้แล้วกล่าวว่า ท่านขอรับ ที่เร้นเสร็จแล้ว โปรดจงอยู่เถิด.
พระเถระกล่าวว่า ผู้มีอายุ ท่านทำงานนี้ได้โดยยาก วันนี้ท่านอยู่ในที่นี้เสียวันหนึ่ง. ภิกษุนั้นกล่าวว่า ดีละขอรับ ล้างเท้าแล้ว เข้าไปยังที่เร้นนั่งสมาธิ รำลึกถึงกรรมที่ตนทำ เมื่อท่านคิดว่า การทำการขวนขวายด้วยกายอันเป็นที่ถูกใจ เรากระทำแก่พระอุปัชฌาย์แล้ว ปีติเกิดขึ้นในภายใน ท่านข่มปีตินั้นได้แล้ว เจริญวิปัสสนา ก็บรรลุพระอรหัตอันเป็นผลเลิศ ภิกษุเห็นปานนี้ข่มกิเลสได้ด้วยอำนาจนวกรรม เป็นอันชื่อว่าท่านข่มได้แล้วโดยประการนั้นเหมือนกัน.
ส่วนภิกษุบางรูปมาจากพรหมโลก เป็นสัตว์บริสุทธิ์ กิเลสไม่ฟุ้งขึ้น เพราะท่านไม่มีอาเสวนะ (คือการทำจนคุ้น) เป็นอันชื่อว่าท่านข่มได้ด้วยอำนาจภพ. ท่านเว้นขาดกิเลสนั้นอันข่มได้แล้วโดยประการนั้น ยึดพระอรหัตไว้ได้ เหมือนท่านพระมหากัสสปะฉะนั้น.
จริงอยู่ ท่านพระมหากัสสปะนั้นไม่บริโภคกามทั้งที่อยู่ครองเรือน ละสมบัติใหญ่ออกบวช เห็นพระศาสดาเสด็จมาเพื่อต้อนรับในระหว่างทาง ถวายบังคมแล้ว ได้อุปสมบทด้วยโอวาท ๓ ข้อ บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาในอรุณที่ ๘ ภิกษุเห็นปานนี้ข่มกิเลสได้ด้วยอำนาจภพ เป็นอันชื่อว่าข่มกิเลสได้อย่างนั้นเหมือนกัน.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที