อนึ่ง ภิกษุใดได้อารมณ์มีรูปารมณ์เป็นต้นซึ่งไม่เคยได้เสวย เริ่มตั้งวิปัสสนาในอารมณ์นั้นนั่นเอง คลายกำหนัดได้แล้วย่อมยึดพระอรหัตไว้ได้ กามฉันท์ที่ไม่เกิดขึ้นด้วยอำนาจอารมณ์ที่ไม่เคยเสวย ก็ชื่อว่าไม่เกิดขึ้นแก่ภิกษุเห็นปานนี้

บทว่า อุปฺปนฺโน ในคำว่า อุปฺปนฺโน วา กามจฺฉนฺโท ปหียติ นี้ได้แก่ เกิดแล้ว มีแล้ว ฟุ้งขึ้นแล้ว

บทว่า ปหียติ ความว่า ท่านละได้ด้วยปหานะ ๕ เหล่านี้ คือตทังคปหาน วิกขัมภนปหาน สมุจเฉทปหาน ปัสสัทธิปหาน นิสสรณปหาน. อธิบายว่า ไม่เกิดขึ้นอีก.

ในปหาน ๕ อย่างนั้น กิเลสที่ท่านละได้ด้วยวิปัสสนาด้วยอำนาจตทังคปหาน เพราะเหตุนั้น วิปัสสนาพึงทราบว่าตทังคปหาน. ส่วนสมาบัติย่อมข่มกิเลสได้ เพราะฉะนั้น สมาบัตินั้นพึงทราบว่าวิกขัมภนปหานละได้ด้วยการข่ม. มรรคตัดกิเลสได้เด็ดขาดก็เกิดขึ้น ผลสงบระงับเกิดขึ้น พระนิพพานสลัดออกจากกิเลสทั้งปวง มรรคผลนิพพานทั้ง ๓ ดังว่ามานี้ ท่านเรียกว่า สมุจเฉทปหาน ปัสสัทธิปหาน และนิสสรณปหาน. อธิบายว่า กิเลส ท่านละด้วยปหาน ๕ อันเป็นโลกิยะและโลกุตตระเหล่านี้

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๑๑๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “วรรคที่ ๒”