ในพุทธกิจ ๕ นั้น ปุเรภัตตกิจ กิจก่อนเสวยอาหาร มีดังต่อไปนี้ :-
จริงอยู่ พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จลุกขึ้นแต่เช้า ทรงกระทำปริกรรมพระสรีระมีล้างพระพักตร์เป็นต้น เพื่ออนุเคราะห์อุปัฏฐากและเพื่อความผาสุกแห่งพระสรีระ ทรงยับยั้งอยู่เหนืออาสนะอันสงัดจนถึงเวลาภิกขาจาร พอได้เวลาภิกขาจาร ก็ทรงนุ่งอันตรวาสก ทรงคาดประคดเอว ห่มจีวร ถือบาตร บางครั้งก็พระองค์เดียว บางครั้งก็แวดล้อมไปด้วยภิกษุสงฆ์ เสด็จเข้าไปบิณฑบาตยังบ้านหรือนิคม.
บางคราวเสด็จเข้าไปตามปกติ บางคราวเสด็จไปด้วยปาฏิหาริย์เป็นอันมาก. คือเมื่อพระโลกนาถเสด็จเที่ยวบิณฑบาต ลมอ่อนๆ ก็พัดไปข้างหน้าเป่าแผ่นดินให้สะอาด เมฆหลั่งเมล็ดฝนดับฝุ่นละอองบนหนทาง กางกั้นเป็นเพดานอยู่เบื้องบน. ลมอีกพวกหนึ่งก็นำดอกไม้เข้าไปโปรยลงบนหนทาง ภูมิประเทศที่ดอนก็ยุบลง ภูมิประเทศที่ลุ่มก็หนุนตัวขึ้น เวลาที่ทรงย่างพระบาท ภูมิภาคย่อมมีพื้นราบเรียบ หรือดอกปทุมมีสัมผัสอันอ่อนละมุน คอยรับพระบาท. เมื่อพอทรงวางพระบาทเบื้องขวา ไว้ในภายในเสาเขื่อน ฉัพพัณณรังสี พระรัศมีมีพรรณ ๖ ประการเปล่งออกจากพระสรีระพวยพุ่งไปรอบด้าน กระทำปราสาทและเรือนยอดเป็นต้นให้เป็นดุจสีเหลืองเหมือนทองคำและให้เป็นดุจแวดวงด้วยผ้าอันวิจิตร.
สัตว์ทั้งหลายมีช้างม้าและนกเป็นต้นที่อยู่ในที่ของตนๆ ก็เปล่งเสียงไพเราะ. ดนตรีมีกลองและบัณเฑาะว์เป็นต้น กับเครื่องอาภรณ์ที่สวมใส่อยู่ในกายของพวกมนุษย์ก็เหมือนกัน คือเปล่งเสียงไพเราะ ด้วยสัญญาณนั้น พวกมนุษย์ย่อมรู้ว่าวันนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จไปบิณฑบาตในที่นี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที