ส่วนผู้ใดเกิดในพระราชวัง หรือในเรือนของราชมหาอำมาตย์เป็นต้นด้วยอานุภาพแห่งบุญกรรม เป็นคนบอด เป็นคนง่าย เป็นคนกระจอก หรือว่าเป็นคนเปลี้ย คนทั้งหลายไม่ยอมให้ตำแหน่งแก่เขา เพราะเห็นว่า เขาไม่เหมาะสมแก่ตำแหน่งอุปราชเสนาบดีและขุนคลังเป็นต้น บุญของเขาตามที่กล่าวมานี้ ชื่อว่าห้ามอุปธิวิบัติ ให้ผลก็หามิได้.

ส่วนผู้ใดเกิดในหมู่มนุษย์ ในเวลาข้าวยากหมากแพง ในเวลาที่ (ตระกูล) เสื่อมสิ้นสมบัติแล้ว หรือในอันตรกัป กรรมดีของเขานั้น ชื่อว่าห้ามกาลวิบัติ ให้ผลก็หามิได้.

ส่วนผู้ใดไม่รู้เพื่อจะยังความเพียรให้เกิดขึ้น ตามนัยที่ได้กล่าวแล้วในหนหลังนั่นแหละ กรรมดีของเขานั้น ชื่อว่าห้ามปโยควิบัติ ให้ผลก็หามิได้.

แต่กรรมของผู้เกิดในสุคติภพด้วยกัลยาณกรรมนั้น ชื่อว่าอาศัยคติสมบัติให้ผล. คนทั้งหลายเห็นอัตภาพของผู้ที่เกิดในราชตระกูล หรือตระกูลของราชมหาอำมาตย์เป็นต้นถึงอุปธิสมบัติ คือดำรงอยู่ในความเพียบพร้อมแห่งอัตภาพ เช่นเดียวกับรัตนโดรณ (เสาระเนียดแก้ว) ที่เขาตั้งไว้ที่เทพนคร เห็นว่า คนผู้นี้เหมาะสมกับตำแหน่งอุปราช เสนาบดีหรือตำแหน่งขุนคลังเป็นต้น ถึงเขาจะยังหนุ่ม ก็ย่อมให้ตำแหน่งเหล่านั้น. กัลยาณธรรมของคนเห็นปานนี้ ชื่อว่าอาศัยอุปธิสมบัติให้ผล.

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๑,๘๙๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “นิทานสูตร”