ตามปริยายแห่งปฏิสัมภิทามรรค ท่านจำแนกกรรมไว้ ๑๒ อย่างด้วยประการดังพรรณนามาฉะนี้.

กรรม ๑๒ อย่างเหล่านี้ก็ดี กรรม ๑๖ อย่างข้างต้นก็ดี ที่จำแนกไว้แล้ว ย่อจากฐานะของตนลงมา กล่าวโดยปริยายแห่งสุตตันตะจะมี ๑๑ อย่างเท่านั้น. ถึงกรรมเหล่านั้นย่อจากกรรม ๑๑ อย่างนั้นแล้วจะเหลือเพียง ๓ อย่างเท่านั้น คือ ทิฎฐธรรมเวทนียกรรม ๑ อุปปัชชเวทนียกรรม ๑ อปรปริยายเวทนียกรรม ๑.

กรรมเหล่านี้ไม่มีการก้าวก่ายกัน ย่อมตั้งอยู่ในฐานะของตนอย่างเดียว. เพราะว่า ถ้าหากทิฎฐธรรมเวทนียกรรมกลายเป็นอุปปัชชเวทนียกรรม หรืออปรปริยายเวทนียกรรมไปไซร้ พระศาสดาคงไม่ตรัสว่า ทิฎฺเฐว ธมฺเม (ในปัจจุบันนี้เท่านั้น). แม้ถ้าว่า อุปปัชชเวทนียกรรมจักกลายเป็นทิฎฐธรรมเวทนียกรรม หรืออปรปริยายเวทนียกรรมไปไซร้ พระศาสดาคงไม่ตรัสว่า อุปปชฺเช วา (ในภพที่จะเกิดขึ้น).

อนึ่ง หากอปรปริยายเวทนียกรรมจะกลายเป็นทิฎฐธรรมเวทนียกรรม หรืออุปปัชชเวทนียกรรมไป พระศาสนาก็คงไม่ตรัสว่า อปเร วา ปริยาเย (หรือในปริยายภพต่อไป).

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๑,๘๙๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “นิทานสูตร”