ครั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำกิจก่อนเสวยอาหารอย่างนี้แล้ว ก็ประทับนั่งที่หน้ามุขพระคันธกุฎี ทรงล้างพระบาท ทรงโอวาทภิกษุสงฆ์ว่า ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงยังกิจให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด การอุบัติขึ้นของพระพุทธเจ้าหาได้ยาก กาลได้อัตภาพเป็นมนุษย์หาได้ยาก การถึงพร้อมด้วยศรัทธาหาได้ยาก การบรรพชาหาได้ยาก การฟังธรรมหาได้ยากในโลก

บรรดาภิกษุเหล่านั้น ภิกษุบางรูปทูลถามกรรมฐานกะพระผู้มีพระภาคเจ้า. พระองค์ก็ประทานกรรมฐานอันเหมาะแก่ความประพฤติของภิกษุเหล่านั้น แต่นั้นภิกษุแม้ทั้งหมดถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วไปยังที่พักกลางคืนและที่พักกลางวันของตนๆ . บางพวกไปป่า บางพวกอยู่โคนไม้ บางพวกไปภูเขาเป็นต้นแห่งใดแห่งหนึ่ง บางพวกไปภพของท้าวจาตุมหาราช บางพวกไปภพของท้าววสวัสดี.

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จเข้าไปยังพระคันธกุฎี ถ้าทรงจำนงก็ทรงมีสติ สัมปชัญญะ บรรทมตะแคงขวา ครู่หนึ่ง ครั้นมีพระวรกายกระปรี้กระเปร่า เสด็จลุกขึ้นตรวจดูสัตว์โลก ในภาคที่ ๒. ในภาคที่ ๓. มหาชนในคามหรือนิคมที่พระองค์เสด็จเข้าไปอาศัยประทับอยู่ ถวายทานก่อนอาหาร ครั้นเวลาหลังอาหาร นุ่งห่มเรียบร้อยแล้วถือเอาสักการะมีของหอมและดอกไม้เป็นต้น ประชุมกันในพระวิหาร.

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จไปโดยปาฏิหาริย์อันเหมาะสมแก่บริษัทที่ประชุมกัน ประทับนั่งแสดงธรรมบนบวรพุทธอาสน์ที่ตกแต่งไว้ในโรงธรรม ให้เหมาะแก่กาล เหมาะแก่สมัย. ครั้นถึงเวลาอันควรแล้วจึงส่งบริษัทกลับไป. พวกมนุษย์ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วก็หลีกไป.

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๑๙๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “วรรคที่ ๖”