ในข้อนี้มีเรื่องดังต่อไปนี้

เล่ากันมาว่า พระราชาพระองค์หนึ่งทรงกำแก้วมุกดา ๓ ดวงไว้แล้วตรัสถามปุโรหิตว่า ท่านอาจารย์ อะไรอยู่ในมือของเรา. ปุโรหิตตรวจดูข้างโน้นข้างนี้ และเวลานั้นมีตุ๊กแกตัวหนึ่งวิ่งไปโดยตั้งใจว่าจักจับแมลงวัน ในเวลาจับ แมลงวันหนีไปได้. เขาจึงกราบทูลว่า ข้าแต่มหาราช แก้วมุกดา พระเจ้าข้า เพราะความที่ (ถือนิมิต) แมลงวันหนีรอดไปได้. พระราชาตรัสถามต่อไปว่า ถูกละ แก้วมุกดา แต่ว่ามีกี่ดวง. ปุโรหิตตรวจดูนิมิตอีก เวลานั้น ไก่ขันขึ้น ๓ ครั้งในที่ไม่ไกล. พราหมณ์กราบทูลว่า ข้าแต่มหาราชมี ๓ ดวง พระเจ้าข้า. บางคนทำนายนิมิตที่ผ่านมาแล้วดังพรรณนามานี้. แม้โดยนิมิตที่ผ่านไปแล้วและยังคงอยู่ ก็พึงกราบการทำนายโดยอุบายนี้.

บทว่า เอวมฺปิ เต มโน ความว่า ใจของท่านเป็นอย่างนี้คือ อาศัยโสมนัส อาศัยโทมนัส หรือประกอบด้วยกามวิตกเป็นต้น.

คำที่ ๒ (อิตฺถมฺปิ เต มโน) เป็นไวพจน์ของคำว่า เอวมฺปิ เต มโน นั้นนั่นเอง.

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๒,๑๐๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “สังคารวสูตร”