บทว่า โอกฺกนฺติยา สติ นามรูปํ ความว่า ในที่ที่ตรัสไว้ว่า เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมีนามรูป. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงมุ่งถึงธรรม ๓๓ ประการ คือ วัตถุทสกะ กายทสกะ ภาวทกะ (และ) อรูปขันธ์ ๓. แต่ในที่ที่ตรัสไว้ว่า เมื่อมีการก้าวลง นามรูปจึงมี นี้พึงทราบว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงมุ่งธรรม ๓๔ ประการ (ที่เกิด) ในขณะปฏิสนธิของคัพภเสยยกสัตว์โดยทรงเพิ่มวิญญาณขันธ์เข้าด้วย. ความที่สฬายตนะปรากฏในเมื่อมีนามรูป ความที่ผัสสะปรากฏในเมื่อมีสฬายตนะ ความที่เวทนาปรากฏในเมื่อมีผัสสะ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงไว้ด้วยบททั้งหลายมีอาทิว่า นามรูปปจฺจยา สฬายตนํ เหมือนทรงแสดงความที่นามรูปปรากฏในเมื่อมีการก้าวลง (สู่ครรภ์มารดา) ด้วยบทว่า โอกฺกนฺติยา สติ นามรูปํ ฉะนั้น. เสวยเวทนา

ในบทว่า เวทิยมานสฺส นี้มีอธิบายดังต่อไปนี้

ผู้เสวยเวทนาอยู่ก็ดี ผู้รู้เวทนาอยู่ก็ดี เรียกว่าผู้เสวย (ทั้งนั้น).

อธิบายว่า ผู้กำลังเสวยอยู่ ชื่อว่าผู้เสวย (ดัง) ในประโยคนี้ว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้ากำลังเสวยอยู่ ขอสงฆ์จงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า กำลังเสวยอยู่.

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๒,๑๔๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “ติตถสูตร [ติตถายตนสูตร]”