พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เอกภาตฺติกา ทรงหมายถึงการรับประทานอาหารภายในเวลาเที่ยงวัน. การรับประทานอาหารในเวลากลางคืน ชื่อว่า รตฺติ ผู้เว้นจากการรับประทานอาหารในเวลากลางคืนนั้น สันถัตเพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า รตฺตูปรตา. การรับประทานอาหารในเวลาเลยเที่ยงวันไป จนถึงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน ชื่อว่าการรับประทานอาหารในเวลาวิกาล ผู้ชื่อว่าเว้นจากวิกาลโภชน์ เพราะเว้นจากการรับประทานอาหารในเวลาวิกาลนั้น.

การดูที่ชื่อว่าเป็นข้าศึก คือเป็นศัตรู เพราะอนุโลมตามคำสอนไม่ได้ (ขัดต่อศาสนา) เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าวิสูกทัสสนะ การฟ้อนรำ การขับร้อง. การดีดสีตีเป่า แม้ด้วยสามารถแห่งการฟ้อนด้วยตนเอง และการให้ผู้อื่นฟ้อนเป็นต้น และการดูการร่ายรำเป็นต้น ที่เป็นไปแล้วโดยที่สุดแม้ด้วยสามารถแห่งการรำแพนของนกยูงเป็นต้นที่เป็นข้าศึก เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า นัจจคีตวาทิตวิสูกทัสสนะ. ก็การประกอบการฟ้อนเป็นต้น ด้วยตนเองก็ดี การให้ผู้อื่นประกอบก็ดี การดูการฟ้อนเป็นต้น ที่เขาประกอบแล้วก็ดี ไม่ควรแก่ภิกษุ ภิกษุณีเลย.

ในบรรดามาลาเป็นต้น ดอกไม้อย่างใดอย่างหนึ่ง ชื่อว่ามาลา. คันธชาตอย่างใดอย่างหนึ่ง ชื่อว่าของหอม. เครื่องประเทืองผิว ชื่อว่าวิเลปนะ.

ในบรรดาสิ่งเหล่านั้น เมื่อประดับประดา ชื่อว่าทัดทรง. เมื่อเสริมส่วนที่บกพร่อง ชื่อว่าตกแต่ง. เมื่อยินดีด้วยของหอมก็ดี ด้วยเครื่องประเทืองผิวก็ดี ชื่อว่าประดับประดา.

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๒,๓๐๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “อุโปสถสูตร”