แม้พระเถระก็ทูลถามเป็นครั้งที่ ๒. พระบรมศาสดาเมื่อจะทรงแสดงว่า อานนท์ เธอพูดอะไรอย่างนี้ เหมือนกับเอาโพลงของต้นตาล ไปเทียบกับอากาศที่เวิ้งว้างหาที่สุดมิได้ เหมือนกับเอานกนางแอ่นไปเทียบกับพญาครุฑตัวผู้บินได้วันละ ๑๕๐ โยชน์ เหมือนกับเอาน้ำในงวงช้างไปเทียบกับน้ำในแม่น้ำมหาคงคา เหมือนกับเอาน้ำในหลุมกว้างยาว ๘ ศอกไปเทียบกับสระทั้ง ๗ เหมือนกับเอาคนที่มีรายได้เพียงข้าว ๑ ทะนานไปเทียบกับพระเจ้าจักรพรรดิ เหมือนกับเอาปีศาจคลุกฝุ่นไปเทียบกับท้าวสักกเทวราช และเหมือนกับเอาแสงสว่างของหิ่งห้อยไปเทียบกับแสงสว่างพระอาทิตย์ ดังนี้แล้ว ตรัสความที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายมีอานุภาพหาประมาณมิได้ เป็นครั้งที่ ๒ แล้วทรงดุษณีภาพ.

ลำดับนั้น พระเถระคิดว่า พระศาสดาอันเราทูลถามแล้ว ไม่ตรัสตอบเลย เราจะขอ (โอกาสทูลถาม) ถึง ๓ ครั้ง แล้วจักให้พระศาสดาบันลือพุทธสีหนาท ดังนี้ จึงทูลขอเป็นครั้งที่ ๓. เพื่อแสดงถึงการทูลขอเป็นครั้งที่ ๓ นั้น ท่านจึงกล่าวคำมีอาทิว่า ตติยมฺปิ โข ไว้.

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อจะทรงตอบปัญหาของพระอานนท์เถระจึงตรัสคำมีอาทิว่า สุตา เม อานนฺท ดังนี้. พระเถระคิดว่า พระบรมศาสดาตรัสคำมีประมาณเท่านี้เท่านั้นแก่เราว่า อานนท์ โลกธาตุพันหนึ่งจำนวนเล็กน้อย เธอได้ฟังแล้ว (มิใช่หรือ) แล้วทรงดุษณีภาพ ต่อไปนี้ พระพุทธเจ้าจักทรงบันลือพุทธสีหนาท ดังนี้. เมื่อจะทูลขอพระบรมศาสดา จึงได้กราบทูลคำมีอาทิว่า เอตสฺส ภควา กาโล ดังนี้.

ส่วนพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสคำมีอาทิว่า เตนหานนฺท ดังนี้ เพื่อจะตรัสกถาอย่างพิสดารแก่พระอานนท์.

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๒,๓๖๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “จูฬนีสูตร”