ก็ด้วยคำมีประมาณเท่านี้ เป็นอันพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงเขตที่ชื่อว่าอาณาเขต แล้ว เพราะในระหว่างนี้ อาณา (อำนาจ) ของอาฏานาฏิยปริต อิสิคิลิปริต ธชัคคปริต โพชฌังคปริต ขันธปริต โมรปริต เมตตาปริตและรตนปริต ย่อมแผ่ไปถึง.
บทว่า ยาวตา ปน อากงฺเขยฺย ความว่า ทรงปรารถนาสถานที่มีประมาณเท่าใด. ด้วยคำนี้พระองค์ทรงแสดงถึงวิสัยเขต เพราะตามธรรมดาวิสัยเขตของพระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่มีกำหนดประมาณ. ในข้อที่วิสยเขตของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ไม่มีกำหนดประมาณนั่นแหละ พระโบราณาจารย์ทั้งหลายนำข้ออุปมามาอ้างไว้ดังต่อไปนี้ ก็ถ้าจะมีใครๆ เอาเมล็ดพันธุ์ผักกาดไปกองให้เต็มแสนโกฏิจักรวาล จนถึงพรหมโลก ใส่เมล็ดพันธุ์ผักกาดลงไปในจักรวาล จักรวาลละหนึ่งเมล็ดทางทิศบูรพาไซร้ เมล็ดพันธุ์ผักกาดแม้ทั้งหมดเหล่านั้น พึงถึงความสิ้นไปก่อน แต่จักรวาลในด้านทิสบูรพา จะยังไม่ถึงความสิ้นไป. แม้ในจักรวาลด้านทิศทักษิณเป็นต้นก็มีนัยนี้เหมือนกัน.
ในวิสัยเขตนั้น ขึ้นชื่อว่าที่ไม่เป็นวิสัยของพระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่มีเลย.
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้แล้ว พระเถระคิดว่า พระศาสดาตรัสไว้อย่างนี้ว่า ดูก่อนอานนท์ ตถาคตเมื่อจำนงอยู่ ก็พึงยังโลกธาตุ ชื่อว่าติสหัสสี (และ) มหาสหัสสี ให้ได้ยินสุรเสียง ตามที่จำนงหมายดังนี้ ก็แลโลกนี้ไม่เสมอกัน จักรวาลไม่มีที่สิ้นสุด พระอาทิตย์ขึ้นที่หนึ่ง เที่ยงที่หนึ่ง ตกที่หนึ่ง ปฐมยามมีในที่หนึ่ง มัชฌิมยามมีในที่หนึ่ง ปัจฌิมยามก็มีในที่หนึ่ง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที