ก็ถ้าผู้ใดบันดาลแผ่นดินทั่วทั้งจักรวาล ให้เป็นตะเกียง บันดาลน้ำในมหาสมุทรให้เป็นน้ำมัน บันดาลเขาสิเนรุให้เป็นไส้ตะเกียง จุดวางไว้บนยอดเขาสิเนรุลูกอื่นได้ ผู้นั้นคงจะทำให้สว่างในจักรวาลเดียวเท่านั้น ไม่สามารถจะทำพื้นที่แม้เพียงคืบเดียว นอกไปจากนั้นให้สว่างไสวได้. ส่วนพระตถาคตเจ้าทรงเปล่งพระโอภาสด้วยประเทศแห่งพระสรีระประมาณเท่าเมล็ดงา พึงกระทำให้โลกธาตุติสหัสสีและมหาสหัสสีหรือยิ่งกว่านั้น ให้มีแสงสว่างเป็นอันเดียวกันได้. เพราะว่า คุณของพระพุทธเจ้ามี (อานุภาพ) มากมายอย่างนี้ ฉะนี้แล.
บทว่า ตํ อาโลกํ สญฺชาเนยฺยุํ ความว่า คนทั้งหลายเห็นแสงสว่างนั้นแล้วคิดว่า พระอาทิตย์ตกแล้วขึ้นไปด้วย ความมืดทึบก็หายไปด้วย เพราะผู้ใด บัดนี้ ผู้นี้นั้นยืนบันดาลให้เกิดแสงสว่างไสวขึ้นแล้ว โอ อัศจรรย์จริง อัจฉริยบุรุษ ดังนี้ แล้วยืนประคองอัญชลีอยู่.
บทว่า สทฺทมนุสฺสาเวยฺย ความว่า พระตถาคตยังเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ให้สนใจฟังเสียงพระธรรมกถา. จริงอยู่ ผู้ใดบันดาลเขาจักรวาลบรรพตลูกหนึ่งให้เป็นกลอง บันดาลมหาปฐพีให้เป็นหนังหุ้มกลอง บันดาลเขาสิเนรุให้เป็นค้อนตีกลอง แล้ววางไว้บนยอดเขาสิเนรุลูกอื่น แล้วตีผู้นั้น จะให้คนทั้งหลายได้ยินเสียงนั้น เฉพาะในจักรวาลเดียวเท่านั้น ไม่สามารถจะให้เสียงนั้นดังเลยไปข้างหน้า แม้เพียงคืบเดียวได้. ส่วนพระตถาคตประทับนั่งบนบัลลังก์หรือตั่ง ทรงยังโลกธาตุสหัสสีและมหาสหัสสีหรือยิ่งไปกว่านั้น ให้ได้ยินพระสุรเสียงได้ พระตถาคตเจ้าทรงมีอานุภาพมากอย่างนี้. เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงแสดงวิสัยเขตนั่นแหละ โดยที่มีประมาณเท่านี้ ด้วยประการดังกล่าวมานี้.
ก็และเพราะได้สดับพุทธสีหนาทนี้ พระเถระได้เกิดปีติมีกำลังขึ้นในภายใน ท่านเมื่อจะเปล่งอุทานด้วยสามารถแห่งปีติ จึงได้กล่าวคำมีอาทิว่า ลาภา วต เม (เป็นลาภของเราหนอ) ดังนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที