สังฆาทิเสส ชื่อว่าขุททกสิกขาบท ถุลลัจจัย ชื่อว่าอนุขุททกสิกขาบท อนึ่ง ถุลลัจจัย ชื่อว่าขุททกสิกขาบท ปาจิตตีย์ ชื่อว่าอนุขุททกสิกขาบท. อนึ่ง ปาจิตตีย์ ชื่อว่าขุททกสิกขาบท ปาฏิเทสนียะทุกกฏและทุพภาสิต ชื่อว่าอนุขุททกสิกขาบท. แต่อาจารย์ผู้ใช้อังคุตตรมมหานิกายนี้กล่าวว่า สิกขาบทที่เหลือทั้งหมดยกเว้นปาราชิก ๔ ชื่อว่าขุททานุขุททกสิกขาบท. พระขีณาสพต้องอาบัติ

ก็ในบทว่า ตานิ อาปชฺชติปิ วุฏฺฐาติปิ นี้ มีอธิบายว่า พระขีณาสพไม่ต้องอาบัติที่เป็นโลกวัชชะเลย จะต้องก็แต่อาบัติที่เป็นปัณณัตติวัชชะเท่านั้น และเมื่อต้องก็ต้องทางกายบ้าง ทางวาจาบ้าง ทางใจบ้าง คือ เมื่อต้องทางกายก็ต้องกุฏิการสิกขาบทและสหไสยสิกขาบทเป็นต้น เมื่อต้องทางวาจาก็ต้องสัญจริตตสิกขาบท และปทโสธัมมสิกขาบทเป็นต้น. เมื่อต้องทางใจก็ต้อง (เพราะ) รับรูปิยะ.

แม้ในบทที่เหลือก็มีนัยนี้แล.

บทว่า น หิ เมตฺถ ภิกฺขเว อภพฺพตา วุตฺตา ความว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ในที่นี้ เราตถาคตมิได้กล่าวว่า พระอริยบุคคลไม่ควรทั้งในการต้องและการออกจากอาบัติเห็นปานนี้.

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๒,๓๙๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “เสขสูตร ที่ ๒”