ในบรรดาคำเหล่านั้น ชื่อว่า ตถาคต เพราะเสด็จไป คือตรัสรู้โลกทั้งสิ้นด้วยความจริง คือตีรณปริญญา. ชื่อว่า ตถาคต เพราะเสด็จไป คือทรงล่วงโลกสมุทัยด้วยความจริง คือปหานปริญญา. ชื่อว่า ตถาคต เพราะเสด็จไป คือบรรลุการดับสนิทแห่งโลกด้วยความจริง คือสัจฉิกิริยา. ชื่อว่า ตถาคต เพราะเสด็จไปคือดำเนินไปสู่ความจริง คือปฏิปทาอันยังสัตว์ให้ถึงความดับโลก.
ด้วยเหตุนั้น จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โลกอันตถาคตตรัสรู้ยิ่งแล้ว ตถาคตไม่ประกอบแล้วในโลก ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โลกสมุทัย ตถาคตตรัสรู้ยิ่งแล้ว โลกสมุทัยอันตถาคต ละได้แล้ว ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โลกนิโรธอันตถาคตตรัสรู้ยิ่งแล้ว โลกนิโรธอันตถาคตกระทำให้แจ้งแล้ว ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โลกนิโรธคามินีปฏิปทาอันตถาคตตรัสรู้ยิ่งแล้ว เจริญแล้ว ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัจจะใดแห่งโลก พร้อมทั้งเทวโลก ฯลฯ สัจจะทั้งหมดอันตถาคตตรัสรู้ยิ่งแล้ว เพราะฉะนั้น จึงเรียกว่า ตถาคต.
อรรถแห่งคำว่า ตถาคตนั้น บัณฑิตพึงทราบแม้ด้วยประการอย่างนี้.
แม้คำนี้ก็เป็นเพียงแนวทางในการแสดงความที่ตถาคตเป็นตถาคต. พระตถาคตเท่านั้นจึงจะพรรณนาความที่ตถาคตเป็นตถาคตได้ ครบถ้วนทุกประการ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที