บทว่า เชตวเน ได้แก่ ในสวนของพระราชกุมารพระนามว่าเชต. สวนนั้น พระราชกุมารพระนามว่าเชต นั้นได้ปลูกต้นไม้ให้เจริญงอกงาม รักษาไว้อย่างดี และพระองค์ได้เป็นเจ้าของสวนนั้น เพราะฉะนั้น สวนนั้นจึงนับว่า เชตวัน. ในพระเชตวันนั้น.

บทว่า อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ความว่า อารามอันนับว่าของท่านอนาถบิณฑิกะ เพราะเป็นอารามที่คฤหบดีนามว่าอนาถบิณฑิกะ มอบถวายแด่ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน โดยบริจาคทรัพย์เป็นเงิน ๕๔ โกฏิ. ก็ในที่นี้ ความสังเขปมีเพียงเท่านี้.

ส่วนความพิสดารกล่าวไว้แล้วในอรรถกถาสัพพาสวสูตร อรรถกถามัชฌิมนิกายชื่อปปัญจสูทนี ในข้อนั้น หากมีคำถามสอดเข้ามาว่า ถ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ที่กรุงสาวัตถีก่อน. พระเถระก็ไม่ควรกล่าวว่า พระวิหารชื่อว่า เชตวัน ถ้าพระองค์ประทับอยู่ในพระเชตวันนั้น ก็ไม่ควรกล่าวว่า ใกล้กรุงสาวัตถี. ความจริง ใครๆ ไม่อาจจะอยู่ได้ในที่ ๒ แห่งพร้อมคราวเดียวกัน

แก้ว่า ข้อนั้นไม่พึงเห็นอย่างนั้น ข้าพเจ้าทั้งหลายได้กล่าวไว้แล้วมิใช่หรือว่า คำว่า สาวตฺถิยํ เป็นสัตตมีวิภัติ ใช้ในอรรถว่าใกล้ เพราะฉะนั้น แม้ในที่นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ในพระวิหารชื่อว่าเชตวัน ที่อยู่ใกล้กรุงสาวัตถี ท่านพระอานนท์กล่าวว่า ประทับอยู่ในพระวิหารชื่อว่า เชตวัน ใกล้กรุงสาวัตถี เหมือนฝูงโคเที่ยวหากินใกล้แม่น้ำคงคาและแม่น้ำยมุนาเป็นต้น เขาก็เรียกว่า เที่ยวหากินใกล้แม่น้ำคงคา ใกล้แม่น้ำยมุนาฉะนั้น.

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๓๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “วรรคที่ ๑”