ท่านเพิ่มพูนการบวชอย่างนี้ สมัยหนึ่งบังเกิดในตระกูลพราหมณ์ ณ กรุงพาราณสี เรียนไตรเพท ไม่เห็นสาระในไตรเพทนั้น จึงเกิดความคิดขึ้นว่า ควรที่เราจะบวชแสวงหาโมกขธรรมสักอย่างหนึ่ง.

สมัยนั้น แม้พระโพธิสัตว์ก็บังเกิดในตระกูลอุทิจจพราหมณ์ผู้มหาศาล เจริญวัยแล้วเรียนศิลปะ เห็นโทษในกามทั้งหลายและอานิสงส์ในเนกขัมมะ ละการครองเรือน เข้าป่าหิมพานต์ กระทำบริกรรมกสิณ ทำอภิญญา ๕ และสมาบัติ ๘ ให้บังเกิด มีผลหมากรากไม้ในป่าเป็นอาหาร ใกล้หิมวันตประเทศ.

แม้มาณพนั้นก็บวชแล้วในสำนักของพระโพธิสัตว์นั้นนั่นแล. ท่านมีบริวารมาก มีฤาษีประมาณ ๕๐๐ เป็นบริวาร. ลำดับนั้น หัวหน้าอันเตวาสิกของท่านได้พาบริษัทส่วนหนึ่ง ไปยังถิ่นมนุษย์เพื่อเสพรสเค็มและรสเปรี้ยว.

สมัยนั้น พระโพธิสัตว์ได้ทำกาละ (ตาย) ณ หิมวันตประเทศนั้นนั่นเอง. ในเวลาจะทำกาละ อันเตวาสิกทั้งหลายประชุมกันถามว่า คุณวิเศษอะไร ที่ท่านบรรลุมีอยู่หรือ. พระโพธิสัตว์ตอบว่า อะไรๆ ไม่มี. เป็นผู้ไม่เสื่อมฌานบังเกิดในพรหมโลกชั้นอาภัสสร.

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๓๗๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “วรรคที่ ๑”