วันหนึ่ง [สรทมาณพ] อยู่ในที่ลับคิดว่า เราไม่รู้อัตภาพในโลกนี้ ไม่รู้อัตภาพในโลกอื่น ขึ้นชื่อว่าความตายเป็นของแน่สำหรับเหล่าสัตว์ที่เกิดมาแล้ว ควรที่เราจะถือบวชสักอย่างหนึ่ง แสวงหาโมกขธรรม. สรทมาณพนั้นไปหาสหาย กล่าวว่า เพื่อนสิริวัฑฒ์ เราจักบวชแสวงหาโมกขธรรม เจ้าจักบวชพร้อมกับเราได้ไหม. สิริวัฑฒกุฏมพีตอบว่า ไม่ได้ดอกเพื่อน เจ้าบวชคนเดียวเถิด.
สรทมาณพคิดว่า คนเมื่อไปปรโลก จะพาสหายหรือญาติมิตรไปด้วยหามีไม่ กรรมที่ตนทำก็เป็นของตนผู้เดียว ต่อนั้นก็สั่งให้เปิดเรือนคลังรัตนะให้มหาทานแก่คนกำพร้า คนเดินทางไกล วณิพกและยาจกทั้งหลาย แล้วบวชเป็นฤษี. มีคนบวชตามสรทมาณพนั้น อย่างนี้คือ คน ๑-๒ คน ๓ คน กลายเป็นชฎิลจำนวนประมาณ ๗๔,๐๐๐ รูป. สรทฤษีนั้นทำอภิญญา ๕ สมาบัติ ๘ ให้บังเกิดแล้วก็สอนกสิณบริกรรมแก่ชฎิลเหล่านั้น. ชฎิลเหล่านั้นก็ทำอภิญญา ๕ สมาบัติ ๘ ให้บังเกิดทุกรูป.
สมัยนั้น พระพุทธเจ้าพระนามว่าอโนมทัสสี ทรงอุบัติขึ้นในโลก พระนครชื่อว่าจันทวดี พระพุทธบิดาเป็นกษัตริย์พระนามว่ายศวันตะ พระพุทธมารดาเป็นพระเทวีพระนามว่ายโสธรา. ต้นไม้ที่ตรัสรู้ชื่อว่าอัชชุนพฤกษ์ ต้นกุ่ม (ต้นรกฟ้าขาวก็ว่า). พระอัครสาวกทั้ง ๒ ชื่อว่าพระนิสภเถระและพระอโนมเถระ. พระพุทธอุปฐากชื่อพระวรุณเถระ. พระอัครสาวิกาทั้ง ๒ ชื่อสุนทราและสุมนา. ทรงมีพระชนมายุ ๑๐๐,๐๐๐ พรรษา. พระวรกายสูง ๕๘ ศอก. รัศมีพระวรกายแผ่ไป ๑๒ โยชน์. มีภิกษุเป็นบริวาร ๑๐๐,๐๐๐ รูป.
ต่อมาวันหนึ่ง พระอโนมทัสสีพุทธเจ้าเสด็จออกจากพระมหากรุณาสมาบัติ ทรงตรวจดูโลกเวลาใกล้รุ่ง ทรงเห็นสรทดาบส ทรงพระดำริว่า วันนี้ เพราะเราไปหาสรทดาบสเป็นปัจจัย จักมีธรรมเทศนากัณฑ์ใหญ่ และสรทดาบสนั้นจักปรารถนาตำแหน่งอัครสาวก สิริวัฑฒกุฏุมพีสหายของเขาจักปรารถนาตำแหน่งอัครสาวกที่ ๒ จบเทศนาชฎิล ๗๔,๐๐๐ รูปบริวารของเขาจักบรรลุพระอรหัต ควรที่เราจะไปที่นั้น ดังนี้แล้ว ทรงถือบาตรและจีวรของพระองค์ ไม่เรียกใครอื่น เสด็จลำพังพระองค์เหมือนราชสีห์
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที