ระหว่างนั้น พระมหานิสภเถระกำลังเที่ยวบิณฑบาต เดินไปยังถนนนั้นนั่นแหละ. อุบาสกเห็นจึงลุกขึ้นไปไหว้พระเถระแล้ว กล่าวว่า ท่านผู้เจริญ ขอท่านจงให้บาตร. พระเถระได้ให้บาตร. อุบาสกกล่าวว่า ท่านผู้เจริญ ขอนิมนต์เข้าไปในเรือนนี้แหละ แม้พระศาสดาก็ประทับนั่งอยู่ในเรือน. พระเถระกล่าวว่า ไม่ควรนะ อุบาสก.

อุบาสกรับบาตรของพระเถระใส่บิณฑบาตเต็มแล้ว ได้นำออกไปถวาย. จากนั้นได้เดินส่งพระเถระไปแล้วกลับมานั่งในที่ใกล้พระศาสดา กราบทูลอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระมหานิสภเถระ แม้ข้าพระองค์กล่าวว่า พระศาสดาประทับอยู่ในเรือน ก็ไม่ปรารถนาจะเข้ามา พระมหานิสภเถระนั่นมีคุณยิ่งกว่าพระองค์หรือหนอ.

อันธรรมดาพระพุทธเจ้าทั้งหลายย่อมไม่มีวรรณมัจฉริยะ (ตระหนี่คุณความดีของคนอื่น).

ลำดับนั้น พระศาสดาตรัสอย่างนี้ว่า ดูก่อนอุบาสก เรานั่งคอยภิกษาอยู่ในเรือน แต่ภิกษุนั้นไม่นั่งคอยภิกษาในเรือนอย่างนี้ เราอยู่ในเสนาสนะชายบ้าน ภิกษุนั้นอยู่ในป่าเท่านั้น เราอยู่ในที่มุงบัง ภิกษุนั้นอยู่กลางแจ้งเท่านั้น ดังนั้น ภิกษุนั้นมีคุณนี้ๆ ตรัสประหนึ่งทำมหาสมุทรให้เต็มฉะนั้น.

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๔๕๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “วรรคที่ ๑”