ก็กุมารนั้นออกไปตามกำหนดของบุญไปถึงกรุงพาราณสี นอนคลุมศีรษะอยู่บนแผ่นมงคลสิลาอาสน์ ในพระราชอุทยาน. ก็พระเจ้าพาราณสีนั้นสวรรคตแล้วเป็นวันที่ ๗. อำมาตย์ทั้งหลายทำการถวายพระเพลิงแล้วนั่งปรึกษาอยู่ที่พระลานหลวงว่า พระราชามีแต่พระธิดา ไม่มีพระราชโอรส ราชสมบัติไม่มีพระราชา ไม่สมควร ใครจะเป็นพระราชา ต่างพูดกันว่า ท่านเป็น ท่านเป็น.

ปุโรหิตกล่าวว่า ไม่ควรเลือกมาก เอาเถอะ พวกเราจักเชิญเทวดาแล้วเสี่ยงบุษยรถ (รถเสี่ยงปล่อยไปเพื่อหาผู้ที่สมควรจะครองราชย์ เมื่อพระราชาองค์ก่อนสวรรคตแล้ว ไม่มีรัชทายาท) ไป.

อำมาตย์เหล่านั้นเทียมม้าสินธพ ๔ ตัวมีสีดังดอกโกมุท แล้วตั้งเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ๕ อย่างกับเศวตฉัตรไว้บนรถนั่นแหละ ปล่อยบุษยรถนั้นไปให้ประโคมดนตรีไปข้างหลัง. รถออกทางประตูด้านทิศปราจีน บ่ายหน้าไปทางพระราชอุทยาน. อำมาตย์บางพวกกล่าวว่า รถบ่ายหน้าไปทางพระราชอุทยาน เพราะความคุ้นเคย พวกท่านจงให้กลับมา. ปุโรหิตกล่าวว่า อย่าให้กลับ.

รถทำประทักษิณกุมารแล้วได้หยุดเตรียมพร้อมที่จะให้ขึ้น ปุโรหิตเลิกชายผ้าห่มตรวจดูพื้นเท้ากล่าวว่า ทวีปนี้จงยกไว้ ผู้นี้สมควรครองราชย์ในทวีปทั้ง ๔ มีทวีปสองพันเป็นบริวาร แล้วสั่งให้ประโคมดนตรีขึ้น ๓ ครั้งว่า พวกท่านจงประโคมดนตรีขึ้นอีก.

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๔๗๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “วรรคที่ ๑”