ป. พี่ชายขับไล่ข้าพระองค์ พระเจ้าข้า.

พ. ปัณฐกะ พี่ชายของเธอไม่มีอาสยานุสยญาณสำหรับบุคคลอื่น เธอชื่อว่าพุทธเวไนยบุคคล ดังนี้ ทรงบรรดาลฤทธิ์มอบผ้าชิ้นเล็กๆ ที่สะอาดผืนหนึ่งประทานตรัสว่า ปัณฐกะ เธอจงเอาผ้าผืนนี้ภาวนาว่า “รโชหรณํ รโชหรณํ” ดังนี้.

ท่านนั่งเอามือคลำผ้าท่อนเล็กที่พระศาสดาประทานนั้น ภาวนาว่า รโชหรณํ รโชหรณํ เมื่อท่านลูบคลำอยู่ (เช่นนั้น) ผ้าผืนนั้นก็เศร้าหมอง เมื่อท่านลูบคลำอยู่บ่อยๆ ก็กลายเป็นเหมือนผ้าเช็ดหม้อข้าว ท่านอาศัยความแก่กล้าแห่งญาณ เริ่มตั้งความสิ้นไปและความเสื่อมไปในผ้านั้น คิดว่า ท่อนผ้านี้โดยปกติสะอาดบริสุทธิ์ เพราะอาศัยอุปาทินนกสรีระ จึงเศร้าหมอง แม้จิตนี้ก็มีคติเป็นอย่างนี้เหมือนกัน แล้วเจริญสมาธิกระทำรูปาวจรฌาน ๔ ให้ปรากฎ บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาแล้ว. ท่านเป็นผู้ได้ฌานด้วยมโนมยิทธินั่นเอง สามารถทำคนคนเดียวเป็นหลายคนได้ หลายคนก็สามารถทำให้เป็นคนเดียวได้ ก็พระไตรปิฎกและอภิญญา ๖ มาถึงท่านพร้อมกับพระอรหัตมรรคนั่นแหละ.

วันรุ่งขึ้น พระศาสดาเสด็จไปพร้อมกับภิกษุ ๕๐๐ ประทับนั่งในนิเวศน์ของหมอชีวก. ส่วนพระจุลลปัณฐกะไม่ได้ไปเพราะตนไม่ได้รับนิมนต์นั่นเอง. ชีวกเริ่มถวายข้าวยาคู.

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๕๖๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “วรรคที่ ๒”