ครั้งนั้น ท่านพระสารีบุตรทูลพระศาสดาว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ได้ยินว่า เรวตะน้องคนเล็กของข้าพระองค์ออกบวช เธอจะยินดีหรือไม่ยินดี ข้าพระองค์จักไปเยี่ยมเธอ. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบว่า พระเรวตะเริ่มวิปัสสนาแล้ว จึงทรงห้ามเสีย ๒ ครั้ง ในครั้งที่ ๓ ท่านทูลวิงวอนอีก. ทรงทราบว่าบรรลุพระอรหัตแล้วจึงตรัสว่า สารีบุตร แม้เราก็จักไปด้วย เธอจงบอกภิกษุทั้งหลายเถิด.

พระเถระประชุมภิกษุสงฆ์แล้วแจ้งแก่พระภิกษุทั้งปวงว่า อาวุโส พระศาสดามีพระประสงค์จะเสด็จจาริก รูปใดประสงค์จะไปด้วยก็จงมาเถิด. ในเวลาที่พระทศพลเสด็จจาริก ชื่อว่าภิกษุผู้ล้าหลังอยู่มีน้อย โดยมากภิกษุเป็นอันมากประสงค์จะไป เพราะคิดว่าจะเห็นพระสรีระของพระศาสดาที่มีวรรณะเพียงดังทอง หรือจักฟังธรรมกถาอันไพเราะด้วยประการฉะนี้.

พระศาสดามีภิกษุหมู่ใหญ่เป็นบริวาร เสด็จออกไปด้วยหมายจะเยือนพระเรวตะ. พระอานนท์เถระ ถึงทาง ๒ แพร่งในที่แห่งหนึ่งครั้งนั้นจึงทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ตรงนี้ทางเป็น ๒ แพร่ง ภิกษุสงฆ์จะไปทางไหน พระเจ้าข้า.

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามว่า อานนท์ ทางไหนละเป็นทางตรง.

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๕๘๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “วรรคที่ ๒”