ในทันใดนั่นเองก็ออกจากพรหมโลก ไปปรากฏตัวต่อหน้าทารุจิริยะ ต่อจากเวลาเที่ยงคืน ที่ท่าเรือสุปปารกะ. เขาเห็นโอภาสสว่างในที่อยู่ของตน จึงออกมาข้างนอก เห็นองค์มหาพรหมประคองอัญชลี ประนมมือถามว่า ท่านเป็นใคร.

มหาพรหมตอบว่า เราเป็นสหายเก่าของท่าน บรรลุอนาคามิผลบังเกิดในพรหมโลก. แต่ผู้เจริญที่สุดกว่าใครทั้งหมดหมด หัวหน้าของพวกเราบรรลุพระอรหัตปรินิพพานแล้ว พวกท่าน ๕ คนบังเกิดในเทวโลก. เรานั้นเห็นท่านเลี้ยงชีพด้วยการหลอกลวงเขาในที่นี้ จึงมาเพื่อทรมาน แล้วจึงกล่าวเหตุนี้ว่า พาหิยะ ท่านยังไม่เป็นอรหันต์ ยังไม่ปฏิบัติถึงอรหัตตมรรค. ท่านก็ไม่มีปฏิปทาที่จะเป็นอรหันต์ หรือปฏิบัติถึงอรหัตตมรรค. ลำดับนั้น มหาพรหมบอกเขาว่า พระศาสดาอุบัติแล้วและประทับอยู่ ณ กรุงสาวัตถี ท่านจงไปยังสำนักพระศาสดา แล้วส่งเขาไป ตนเองก็กลับพรหมโลก.

แม้ทารุจิริยะถูกมหาพรหมทำให้สลดใจแล้ว ก็คิดจักแสวงหาทางพ้น จึงเดินทาง ๑๒๐ โยชน์โดยพักคืนเดียว ประจวบพระศาสดาเสด็จเข้าไปบิณฑบาต ณ ละแวกบ้าน หมอบลงแทบมหายุคลบาทพระศาสดา ทูลอ้อนวอนถึง ๓ ครั้งว่า ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรมโปรดข้าพระบาทเถิด พระเจ้าข้า ขอพระสุคตทรงแสดงธรรมโปรดข้าพระบาทเถิด พระเจ้าข้า.

พระศาสดาทรงทราบว่า ญาณของพาหิยะแก่กล้าแล้ว ด้วยเหตุเท่านี้ จึงทรงสอนด้วยพระโอวาทนี้ว่า เพราะเหตุนี้แล พาหิยะ เธอพึงศึกษาอย่างนี้ว่ารูปที่เห็นแล้ว จักเป็นเพียงเห็นแล้ว ๑- ดังนี้เป็นต้น. เมื่อจบเทศนา แม้พาหิยะนั้นทั้งที่อยู่ระหว่างถนนส่งญาณไปตามกระแสเทศนา ก็บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้งหลาย พาหิยะนั้นถึงที่สุดกิจของตนแล้ว ทูลขอบรรพชากะพระผู้มีพระภาคเจ้า แสวงหาบาตรจีวร เพราะยังมีบาตรจีวรไม่ครบ กำลังดึงชิ้นผ้าทั้งหลายจากกองขยะ. ____________________________ ๑- ขุ. อุ. ๒๕/๔๗-๕๐

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๗๐๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “วรรคที่ ๓”