อมาตย์ทั้งสามคนนั้นบังเกิดเป็นพิมพิสาร วิสาขะและรัฐปาละ ในพุทธุปบาทกาลนี้ โดยนัยที่กล่าวมาแล้วในหนหลัง.

ส่วนพระราชกุมารเหล่านั้น เมื่อพระทศพลอยู่จำพรรษาแล้ว ทรงบูชาด้วยปัจจัยด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง กระทำกัลยาณกรรมตลอดชีวิต บังเกิดในสกุลพราหมณ์ก่อนพระทศพลของเราทรงอุบัติ มีนามว่ากัสสป. ทั้งสามคนตามโคตรของตน คนทั้งสามนั้นเจริญวัยแล้วเรียนไตรเพท คนใหญ่มีบริวารมาณพ ๕๐๐ คน คนกลาง ๓๐๐ คน คนเล็ก ๒๐๐ คน.

ทั้งสามพี่น้องตรวจดูสาระในคัมภีร์ (ไตรเพท) เห็นแต่ประโยชน์ส่วนปัจจุบันเท่านั้น ไม่เห็นประโยชน์ส่วนภายภาคหน้า พี่ชายคนใหญ่ไปยังตำบลอุรุเวลาบวชเป็นฤษีพร้อมกับบริวารของตน ชื่อว่าอุรุเวลกัสสป. คนกลางไปบวชที่คุ้งมหาคงคานที ชื่อว่านทีกัสสป. คนเล็กไปบวชที่คยาสีสประเทศ ชื่อว่าคยากัสสป.

เมื่อกัสสปพี่น้องบวชเป็นฤษีอยู่ ณ ที่นั้นล่วงวันไปเป็นอันมาก พระโพธิสัตว์ของเราเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ ทรงได้พระสัพพัญญุตญาณ ประกาศพระธรรมจักรตามลำดับ ทรงสถาปนาพระปัญจวัคคียเถระไว้ในพระอรหัต ทรงแนะนำสหาย ๕๕ คนมียศกุลบุตรเป็นหัวหน้า ทรงส่งพระอรหันต์ ๖๐ องค์ให้จาริกไปเพื่อประโยชน์แก่ชนเป็นอันมาก ด้วยพระดำรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงจาริกไปดังนี้เป็นต้น ทรงแนะนำพวกภัททวัคคีย์ แล้วทรงเห็นเหตุแห่งอุรุเวลกัสสป ก็ทรงทราบว่าเมื่อเราไป สามพี่น้องพร้อมบริวารจักบรรลุพระอรหัต ลำพังพระองค์เดียวไม่มีเพื่อน เสด็จถึงที่อยู่ของอุรุเวลกัสสป ทรงขอเรือนไฟเพื่อประทับอยู่ ทรงแนะนำอุรุเวลกัสสปพร้อมด้วยบริวาร ตั้งต้นแต่ทรงทรมานงู ซึ่งอยู่ในเรือนไฟนั้นด้วยปาฏิหาริย์ทั้งหลาย เป็นจำนวนถึง ๓,๕๐๐ อย่างแล้วทรงให้บวช น้องชายอีกสองคนรู้ว่าพี่ชายบวช ก็มาบวชพร้อมด้วยบริวาร เหล่าชฎิลทั้งหมดเป็นเอหิภิกขุ ทรงบาตรและจีวรสำเร็จมาแต่ฤทธิ.

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๗๔๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “วรรคที่ ๔”