แม้พระตถาคตแล เมื่อเจ้าหนุ่มสากิยะ ๕๐๐ องค์ออกบวชจากครอบครัวเพราะเทริด เกิดกระสันจะลาสิกขา ก็ทรงพาภิกษุเจ้าสากิยะเหล่านั้นไปยังสระกุณาละ ทรงทราบว่าภิกษุเหล่านั้นสลดใจ เพราะตรัสเรื่องกุณาลชาดก จึงตรัสกถาว่าด้วยสัจจะ ๔ ให้เธอดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล.

ต่อมา ตรัสมหาสมยสูตร ให้เธอบรรลุพระอรหัต ซึ่งเป็นผลอันเลิศ.

ภริยาของพระเถระเหล่านั้นมีจิตใจอย่างเดียวกันหมดว่า บัดนี้เราจะทำอะไรในที่นี้ จึงพากันเข้าไปหาพระมหาปชาบดีเถรี ขอบรรพชา. ภริยาทั้ง ๕๐๐ ได้บรรพชาอุปสมบทในสำนักพระเถรีแล้ว.

แต่ในชาติต่อจากอดีต ภริยาทั้งหมดได้เป็นบาทบริจาริกาของท่านพระนันทกะเถระ เมื่อดำรงอยู่ในอัตตภาพเป็นพระราชา. สมัยนั้น พระศาสดาตรัสสั่งว่าพวกภิกษุจงสอนพวกภิกษุณี พระเถระ เมื่อถึงวาระ (เวร) ก็รู้ว่าภิกษุณีเหล่านั้นเป็นบาทบริจาริกาของตนในภพก่อน จึงคิดว่า ภิกษุผู้ได้บุพเพนิวาสญาณเห็นเรากำลังนั่งกลางภิกษุณีสงฆ์ ชักอุปมาละเหตุเป็นต้นมากล่าวธรรม ตรวจดูเหตุอันนี้แล้ว จะพึงพูดเคาะว่า ท่านนันทกะไม่ยอมสละเหล่าสนมจนทุกวันนี้ ท่านมีเหล่าสนมห้อมล้อม ช่างสง่างาม เพราะเหตุนั้น ท่านจึงไม่ไปเอง ส่งภิกษุรูปอื่นไปแทน.

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๗๖๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “วรรคที่ ๔”