แต่ภิกษุณีทั้ง ๕๐๐ รูปนั้นจำนงหวังเฉพาะโอวาทของพระเถระ ด้วยเหตุนี้ เมื่อถึงวาระของท่าน พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงไม่ทรงส่งภิกษุรูปอื่นไปแทน ตรัสกะพระเถระว่า เธอจงไปเอง สอนภิกษุณีสงฆ์ ท่านไม่อาจคัดค้านพระดำรัสของพระศาสดาได้ เมื่อถึงวาระของตนจึงให้โอวาทภิกษุณีสงฆ์ วัน ๑๔ ค่ำให้ภิกษุณีเหล่านั้นทุกรูปดำรงอยู่ในโสดาปัตติผลด้วยธรรมเทศนาอันประดับด้วยสฬายตนะ (อายตนะ ๖).

ภิกษุณีเหล่านั้นชื่นใจต่อธรรมเทศนาของพระเถระ พากันไปสำนักพระศาสดา ทูลบอกคุณที่ตนได้.

พระศาสดาทรงนึกว่า ใครหนอแสดงธรรม ภิกษุณีเหล่านี้จึงจะพึงบรรลุมรรคผลชั้นสูงๆ ทรงเห็นว่า ภิกษุณีทั้ง ๕๐๐ นั้นฟังธรรมเทศนาของนันทกะอีก ก็จักบรรลุพระอรหัต. วันรุ่งขึ้น จึงทรงส่งภิกษุณีเหล่านั้นไปเพื่อฟังธรรมเทศนาในสำนักพระเถระผู้เดียว วันรุ่งขึ้น ภิกษุณีเหล่านั้นฟังธรรมแล้วก็บรรลุพระอรหัตทั้งหมด.

วันนั้น เวลาที่ภิกษุณีเหล่านั้นมาเฝ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบว่าธรรมเทศนามีผล จึงตรัสว่า เมื่อวันวาน ธรรมเทศนาของนันทกะเป็นเสมือนพระจันทร์ ๑๔ ค่ำ วันนี้เป็นเสมือนพระจันทร์ ๑๕ ค่ำ แล้วทรงทำเหตุนั้นนั่นแลให้เป็นอัตถุปปัตติเหตุเกิดเรื่อง จึงทรงสถาปนาพระเถระไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะเป็นยอดของเหล่าภิกษุสาวกผู้โอวาทสอนภิกษุณีแล. จบอรรถกถาสูตรที่ ๗ .. อรรถกถา อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอตทัคคบาลี วรรคที่ ๔ อ่านอรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ]

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๗๖๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “วรรคที่ ๔”