นนุ เจตา อปคตกลลกทฺทมา, กถเมตฺถ ปทุมานิ ปุปฺผึสูติ? โส กิร ตาสุ โปกฺขรณีสุ ตตฺถ ตตฺถ สุวณฺณรชตมณิปวาฬมยา ขุทฺทกนาวาโย มาเปตฺวา "เอตา กลลกทฺทมปูริตา จ โหนฺตุ, ปญฺจวณฺณานิ เจตฺถ ปทุมานิ ปุปฺผนฺตู"ติ อธิฏฺฐาสิ. เอวํ ปญฺจวณฺณานิ ปทุมานิ ปุปฺผึสุ, เรณุวฏฺฏิโย อุคฺคนฺตฺวา อุทกปิฏฺฐํ อชฺโฌตฺถริตฺวา วิจรนฺติ. ปญฺจวิธา ภมรคณา อุปกูชนฺตา วิจรนฺติ. เอวํ ตา มาเปตฺวา วิสฺสกมฺโม เทวปุรเมว คโต. ตโต วิภาตาย รตฺติยา มหาชโน ทิสฺวา "มหาปุริสสฺส มาปิตา ภวิสฺสนฺตี"ติ คนฺตฺวา รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา มหาชนปริวาโร คนฺตฺวา โปกฺขรณิโย ทิสฺวา "มม ปุตฺตสฺส ปุญฺญิทฺธิยา เทวตาหิ มาปิตา ภวิสฺสนฺตี"ติ อตฺตมโน อโหสิ. ตโต ปฏฺฐาย มหาปุริโส อุทกกีฬิกํ อคมาสิ.
ยาวเทว มมตฺถายาติ เอตฺถ ยาวเทวาติ ปโยชนาวิธินิยามวจนํ, ยาว มเมว อตฺถาย, นตฺเถตฺถ อญฺญํ การณนฺติ อตฺโถ. น โข ปนสฺสาหนฺติ น โข ปนสฺส อหํ. กาสิกํ จนฺทนนฺติ สุสณฺหํ จนฺทนํ. ๒- กาสิกํ สุ เม ตํ ภิกฺขเว เวฐนนฺติ ภิกฺขเว เวฐนมฺปิ เม กาสิกํ โหติ. เอตฺถ หิ สุอิติ จ ตนฺติ จ นิปาตมตฺตํ, เมติ สามิวจนํ. เวฐนํ เม สณฺหเมว โหตีติ ทสฺเสติ. กาสิกา กญฺจุกาติ ปารุปนกญฺจุโกปิ สณฺหกญฺจุโกว. ๓- เสตจฺฉตฺตํ ธาริยตีติ มานุสกเสตจฺฉตฺตมฺปิ ทิพฺพเสตจฺฉตฺตมฺปิ อุปริธาริตเมว ๔- โหติ. มา นํ สีตํ วาติ มา เอตํ โพธิสตฺตํ สีตํ วา อุณฺหาทีสุ วา อญฺญตรํ ผุสตูติ อตฺโถ.
@๓ ก. ปารุปนกญฺจุโก จ สีสกญฺจุโก จ ๔ สี.,อิ. อุปธาริตเมว