@เอวมุปริปิ ๔ ฉ.ม.,อิ. วิเหเสติ ๕ ม. อนฺเตปุเร ๖ ฉ.ม.,อิ. อุทปาทิ

@๗ ฉ.ม.,อิ. สตฺถา จ ภิกฺขูติ อิทํ โส พฺราหฺมโณ "ปุพฺเพ ภิกฺขู `จตฺตาโร ปจฺจเย อุปฺปาเทสฺสามี'ติ มญฺเญ เอวมกํสุ, อิทานิ ปจฺจยานํ อุปฺปนฺนภาวํ ญตฺวา โมเหน ๑- เจว ปมาเทน จ วีตินาเมนฺตี"ติ ลทฺธิยา เอวมาห.

ปาฏิหาริยานีติ ปจฺจนีกปฏิหรณวเสน ปาฏิหาริยานิ. อิทฺธิปาฏิหาริยนฺติ อิชฺฌนวเสน อิทฺธิ, ปฏิหรณวเสน ปาฏิหาริยํ, อิทฺธิเยว ปาฏิหาริยํ อิทฺธิปาฏิหาริยํ. อิตเรสุปิ เอเสว นโย. อเนกวิหิตํ อิทฺธิวิธนฺติอาทีนํ อตฺโถ เจว ภาวนานโย จ วิสุทฺธิมคฺเค ๒- วิตฺถาริโตว.

นิมิตฺเตน อาทิสตีติ อาคตนิมิตฺเตน วา คตนิมิตฺเตน วา ฐิตนิมิตฺเตน วา "อิทํ นาม ภวิสฺสตี"ติ กเถติ. ตตฺริทํ วตฺถุ:- เอโก กิร ราชา ติสฺโส มุตฺตา คเหตฺวา ปุโรหิตํ ปุจฺฉิ "กึ เม อาจริย หตฺเถ"ติ. โส อิโต จิโต จ โอโลเกสิ, เตน จ สมเยน เอกา สรพู "มกฺขิกํ คเหสฺสามี"ติ ปกฺขนฺตา, ๓- คหณกาเล มกฺขิกา ปลาตา. โส มกฺขิกาย มุตฺตตฺตา "มุตฺตา มหาราชา"ติ อาห. มุตฺตา ตาว โหนฺตุ, กติ มุตฺตาติ. โส ปุน นิมิตฺตํ โอโลเกสิ. อวิทูเร ๔- กุกฺกุโฏ ติกฺขตฺตุํ สทฺทํ นิจฺฉาเรสิ. พฺราหฺมโณ "ติสฺโส มหาราชา"ติ อาห. เอวํ เอกจฺโจ อาคตนิมิตฺเตน กเถติ. เอเตนุปาเยน คตฏฺฐิตนิมิตฺเตหิปิ กถนํ เวทิตพฺพํ. เอวมฺปิ เต มโนติ เอวํ ตว มโน โสมนสฺสิโต วา โทมนสฺสิโต วา กามวิตกฺกาทิสํยุตฺโต วาติ. ทุติยํ ตสฺเสว เววจนํ. อิติปิ เต จิตฺตนฺติ อิติปิ ตว จิตฺตํ, อิมญฺจ อิมญฺจ อตฺถํ จินฺตยมานํ ปวตฺตนฺติ ๕- อตฺโถ. พหุญฺเจปิ อาทิสตีติ พหุญฺเจปิ กเถติ. ตเถว ตํ โหตีติ ยถา กถิตํ, ตเถว โหติ.

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๑,๐๕๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “สังคารวสูตร”