อถโข สมฺพหุลา ภิกฺขูติ อถ เอวํ ตสฺมึ ปริพฺพาชเก ภาสมาเน อรญฺญวาสิโน ปญฺจสตา ภิกฺขู "อสุกฏฺฐานํ นาม สตฺถา ปิณฺฑาย จริตุํ คโต"ติ อชานนฺตา ภิกฺขาจารเวลายํ ราชคหํ ปิณฺฑาย ปวิสึสุ. เต สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. อสฺโสสุนฺติ สุณึสุ. เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสูติ "อิทํ การณํ ทสพลสฺส อาโรเจสฺสามา"ติ อุปสงฺกมึสุ.

สปฺปินิกา ตีรนฺติ สปฺปินิกาติ ๒- เอวํนามิกาย นทิยา ตีรํ. อธิวาเสสิ ภควา ตุณฺหีภาเวนาติ กายงฺควาจงฺคานิ อโจเปตฺวา อพฺภนฺตเร ขนฺตึ จาเรตฺวา ๓- จิตฺเตเนว อธิวาเสสีติ อตฺโถ. เอวํ อธิวาเสตฺวา ปุน ๔- จินฺเตสิ "กินฺนุ โข อชฺช มยา สรภสฺส วาทํ มทฺทิตุํ คจฺฉนฺเตน เอกเกน คนฺตพฺพํ, อุทาหุ ภิกฺขุสํฆปริ- วุเตนา"ติ อถสฺส เอตทโหสิ:- สจาหํ ภิกฺขุสํฆปริวุโต คมิสฺสามิ, มหาชโน เอวํ จินฺเตสฺสติ "สมโณ โคตโม วาทุปฺปตฺติฏฺฐานํ คจฺฉนฺโต ปกฺขํ อุกฺขิปิตฺวา คนฺตฺวา ปริสพเลน อุปฺปนฺนํ วาทํ มทฺทติ, ปรวาทีนํ สีสํ อุกฺขิปิตุํ น เทตี"ติ. น โข ปน มยฺหํ อุปฺปนฺเน วาเท ปรํ คเหตฺวา มทฺทนกิจฺจํ อตฺถิ, อหเมว คนฺตฺวา มทฺทิสฺสามิ. อนจฺฉริยํ เจตํ ยฺวาหํ ๕- อิทานิ พุทฺธภูโต อตฺตโน อุปฺปนฺนํ วาทํ มทฺเทยฺยํ, ๖- จริยํ จรณกาเล อเหตุกปฏิสนฺธิยํ นิพฺพตฺเตนาปิ หิ มยา วหิตพฺพธุรํ อญฺโญ วหิตุํ สมตฺโถ นาม นาโหสิ. อิมสฺส ปนตฺถสฺส สาธนตฺถํ:-

@๔ สี.,อิ. ปน ๕ สี.,อิ. สฺวาหํ ๖ ม. มทฺเทยฺย

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๑,๐๙๔

ที่มาและฉบับอื่นของ “สรภสูตร”