ตตฺถ เยสํ อุณฺหํ โลหิตํ มุขโต อุคฺคจฺฉิ, เต ปาราชิกํ อาปชฺชึสุ. เย คิหิภาวํ ปตฺตา, เต ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ มทฺทนฺตา วิจรึสุ. เย อรหตฺตํ ปตฺตา, เต ปริสุทฺธสีลาว อเหสุํ. สตฺถุ ธมฺมเทสนา อิเมสํ ติณฺณมฺปิ สผลา ชาตา. อรหตฺตํ ปตฺตานํ ตาว สผลา โหตุ, อิตเรสํ กถํ สผลา ชาตาติ ๒- ? เตปิ หิ สเจ อิมํ ธมฺมเทสนํ น สุเณยฺยุํ, ปมตฺตาว หุตฺวา ฐานํ ชหิตุํ น สกฺกุเณยฺยุํ. ตโต เนสํ ตํ ปาปํ วฑฺฒมานํ อปาเยสุเยว สํสีทาเปยฺย. อิมํ ปน เทสนํ สุตฺวา ชาตสํเวคา ฐานํ ชหิตฺวา สามเณรภูมิยํ ฐิตา ทส สีลานิ ปูเรตฺวา โยนิโส มนสิกาเร ยุตฺตปยุตฺตา เกจิ โสตาปนฺนา เกจิ สกทาคามิโน เกจิ อนาคามิโน อเหสุํ, เกจิ เทวโลเก นิพฺพตฺตึสุ, เอวํ ปาราชิกาปนฺนานมฺปิ สผลา อโหสิ. อิตเร ปน สเจ อิมํ ธมฺมเทสนํ น สุเณยฺยุํ, คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต กาเล สํฆาทิเสสมฺปิ ปาราชิกมฺปิ อาปชฺเชยฺยุํ. ๓- อิมํ ปน ธมฺมเทสนํ สุตฺวา "อโห สลฺเลขิตํ พุทฺธสาสนํ, น สกฺกา อเมฺหหิ ยาวชีวํ อิมํ ปฏิปตฺตึ ปูเรตุํ, สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย อุปาสกธมฺมํ ปูเรตฺวา ทุกฺขา มุจฺจิสฺสามา"ติ คิหิภาวํ อุปสงฺกมึสุ. ๔- เต ตีสุ สรเณสุ ปติฏฺฐาย ปญฺจ สีลานิ รกฺขิตฺวา อุปาสกธมฺมํ ปูเรตฺวา เกจิ โสตาปนฺนา เกจิ สกทาคามิโน เกจิ อนาคามิโน ชาตา, เกจิ เทวโลเก นิพฺพตฺตาติ. เอวเมเตสมฺปิ สผลาว อโหสิ.

อิมํ ปน สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา เทวสงฺฆา เยหิปิ สุตา, เยหิปิ น สุตา, สพฺเพสํเยว อาโรเจนฺตา วิจรึสุ. ภิกฺขู สุตฺวา สุตฺวา "ทุกฺกรํ โภ พุทฺธานํ

@๓ ฉ.ม. อนุปุพฺเพน สงฺฆาทิเสสมฺปิ ปาราชิกมฺปิ ปาปุณิตฺวา อปาเยสุเยว

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๑๒๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “วรรคที่ ๖”