@๓ สี.,อิ.....สหสฺสพฺภนฺตริตมฺปิ, ฉ.ม....สหสฺสนฺตรมฺปิ ๔ ม. อปฺปฏิหตวตฺติเยน สุวณฺณมยา อเหสุํ, หริตาลมโนสิลาย มตฺติกากิจฺจํ, เตเลน อุทกกิจฺจํ สาธยึสุ. พุทฺธานํ ธรมานกาเล สรีรปฺปภา ทฺวาทสโยชนิกํ ผริ, ปรินิพฺพุตานํ ปเนสา รสฺมิ นิกฺขมิตฺวา สมนฺตา โยชนสตํ อวตฺถริ.
อยํ เสฏฺฐี พุทฺธานํ สรีรเจติยํ ปริวาเรตฺวา สหสฺสรตนคฺฆนิยานิ ๑- กาเรสิ. เจติยปติฏฺฐานทิวเส ๒- อนฺโตเจติเย รตนฆรํ กาเรสิ. โส วสฺสสตสหสฺสํ มหนฺตํ ทานมยํ กลฺยาณธมฺมํ ๓- กตฺวา ตโต จุโต เทวปุเร นิพฺพตฺติ. ตสฺส เทเวสุ เจว มนุสฺเสสุ จ สํสรนฺตสฺเสว นวุติ ๔- กปฺปสหสฺสานิ นว กปฺปสหสฺสานิ นว กปฺปสตานิ นว จ กปฺปา สมติกฺกนฺตา. เอตฺตกสฺส กาลสฺส อจฺจเยน อิโต เอกนวุติกปฺปมตฺถเก อยํ กุลปุตฺโต พนฺธุมตีนครสฺส ทฺวารสมีเป รามคาเม ๕- กุฏุมฺพิกเคเห นิพฺพตฺโต มหากาโล นาม ๖- อโหสิ, กนิฏฺฐภาติโก ปนสฺส จูฬกาโล นาม.
ตสฺมึ สมเย วิปสฺสี โพธิสตฺโต ตุสิตปุรา จวิตฺวา พนฺธุมตีนคเร พนฺธุมสฺส รญฺโญ อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิสฺมึ นิพฺพตฺโต. อนุกฺกเมน สพฺพญฺญุตํ ปตฺวา ธมฺมเทสนตฺถาย มหาพฺรหฺมุนา อายาจิโต "กตรสฺส นุ โข ปฐมํ ธมฺมํ เทเสสฺสามี"ติ จินฺเตตฺวา อตฺตโน กนิฏฺฐํ ขณฺฑํ นาม ราชกุมารํ ติสฺสญฺจ ปุโรหิตปุตฺตํ "ปฐมํ ธมฺมํ ปฏิวิชฺฌิตุํ สมตฺถา"ติ ทิสฺวา "เตสญฺจ ธมฺมํ เทเสสฺสามิ, ปิตุ จ สงฺคหํ กริสฺสามี"ติ โพธิมณฺฑโต อากาเสเนว อาคนฺตฺวา เขเม มิคทาเย โอติณฺโณ เตปิ ปกฺโกสาเปตฺวา ธมฺมํ เทเสสิ. เทสนาปริโยสาเน เต เทฺวปิ ชนา จตุราสีติยา ปาณสหสฺเสหิ สทฺธึ อรหตฺตผเล ปติฏฺฐหึสุ.
อถาปเรปิ โพธิสตฺตกาเล อนุปพฺพชิตา จตุราสีติสหสฺสกุลปุตฺตา ตํ ปวุตฺตึ สุตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ อาคนฺตฺวา ธมฺมเทสนํ สุตฺวา อรหตฺตผเล ปติฏฺฐหึสุ. สตฺถา นํ ตตฺเถว ขณฺฑตฺเถรํ อคฺคสาวกฏฺฐาเน, ติสฺสตฺเถรํ ทุติยสาวกฏฺฐาเน ฐเปสิ.