[๑๘๙-๑๙๐] ทุติยตติเยสุ มหาปญฺญานนฺติ มหติยา ปญฺญาย สมนฺนาคตานํ. อิทฺธิมนฺตานนฺติ อิทฺธิยา สมฺปนฺนานํ. สาริปุตฺโต โมคฺคลฺลาโนติ เตสํ เถรานํ นามํ.
อิเมสํปิ ปญฺหากมฺเม อยมนุปุพฺพิกถา:- อิโต สตสหสฺสกปฺปาธิเก อสงฺเขฺยยฺย- กปฺปมตฺถเก สาริปุตฺโต พฺราหฺมณมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติ, นาเมน สรทมาณโว นาม อโหสิ. มหาโมคฺคลฺลาโน คหปติมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติ, นาเมน สิริวฑฺฒกุฏุมฺพิโก ๑- นาม อโหสิ. เต อุโภปิ ชนา สหปํสุกีฬิกา ๒- สหายกา อเหสุํ. สรทมาณโว ปิตุอจฺจเยน กุลสนฺตกํ มหาธนํ ปฏิลภิตฺวา ๓- เอกทิวสํ รโหคโต จินฺเตสิ "อหํ อิธ โลกตฺตภาวเมว ชานามิ, น ปรโลกตฺตภาวํ, ชาตสตฺตานญฺจ มรณํ นาม ธุวํ, มยา เอกํ ปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา โมกฺขธมฺมคเวสนํ กาตุํ วฏฺฏตี"ติ. โส สหายกํ อุปสงฺกมิตฺวา อาห "สมฺม สิริวฑฺฒ อหํ ปพฺพชิตฺวา โมกฺขธมฺมํ คเวสิสฺสามิ, ตฺวํ มยา สทฺธึ ปพฺพชิตุํ สกฺขิสฺสสี"ติ. น สกฺขิสฺสามิ สมฺม, ตฺวํเยว ปพฺพชาหีติ. โส จินฺเตสิ "ปรโลกํ คจฺฉนฺโต สหาเย วา ญาติมิตฺเต วา คเหตฺวา คโต ๔- นาม นตฺถิ, อตฺตนา กตํ อตฺตโนว โหตี"ติ. ตโต รตนโกฏฺฐาคารํ วิวราเปตฺวา กปณทฺธิกวณิพฺพกยาจกานํ มหาทานํ ทตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิ. ตสฺส เอโก เทฺว ตโยติ เอวํ อนุปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ๕- จตุสตฺตติสหสฺสมตฺตา ชฏิลา อเหสุํ. โส ปญฺจาภิญฺญา อฏฺฐ จ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา เตสมฺปิ ชฏิลานํ กสิณปริกมฺมํ อาจิกฺขิ. เตปิ สพฺเพ ปญฺจ อภิญฺญา อฏฺฐ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตสุํ.
@๓ ฉ.ม.,อิ. ปฏิปชฺชิตฺวา ๔ ฉ.ม. คจฺฉนฺตา....คตา ๕ ฉ.ม.,อิ. ปพฺพชิตา