อถ นํ ราชา เอกทิวสํ สีตสมเย สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา สหสฺสคฺฆนิกํ ๒- อตฺตโน ปารุปนํ รตฺตกมฺพลํ ทตฺวา อาห "อิโต ปฏฺฐาย อิมํ ปารุปิตฺวา ธมฺมํ สุณาหี"ติ. โส "กึ เม อิมินา กมฺพเลน อิมสฺมึ ปูติกาเย อุปนีเตนา"ติ จินฺเตตฺวา อนฺโตคนฺธกุฏิยํ ตถาคตสฺส มญฺจสฺส อุปริ วิตานํ กตฺวา อคมาสิ. อเถกทิวสํ ราชา ปาโตว วิหารํ คนฺตฺวา อนฺโตคนฺธกุฏิยํ สตฺถุ สนฺติเก นิสีทิ. ตสฺมึ จ สมเย ฉพฺพณฺณา พุทฺธรํสิโย กมฺพเล ปฏิหญฺญนฺติ, กมฺพโล อติวิโรจติ. ราชา โอโลเกนฺโต สญฺชานิตฺวา อาห "ภนฺเต อมฺหากํ เอส กมฺพโล, อเมฺหหิ เอกสาฏกสฺส พฺราหฺมณสฺส ทินฺโน"ติ. ตุเมฺหหิ มหาราช พฺราหฺมโณ ปูชิโต, พฺราหฺมเณน อหํ ปูชิโตติ. ๓- ราชา "พฺราหฺมโณ ยุตฺตํ อญฺญาสิ, น มยนฺ"ติ ปสีทิตฺวา ยํ มนุสฺสานํ อุปการภูตํ, ตํ สพฺพํ อฏฺฐฏฺฐกํ กตฺวา สพฺพฏฺฐกํ นาม ทานํ ทตฺวา ปุโรหิตฏฺฐาเน ฐเปสิ. โสปิ "อฏฺฐฏฺฐกํ นาม จตุสฏฺฐี โหตี"ติ จตุสฏฺฐี สลากภตฺตานิ ๔- อุปนิพนฺธิตฺวา ๕- ยาวชีวํ ทานํ ทตฺวา สีลํ รกฺขิตฺวา ตโต จุโต สคฺเค นิพฺพตฺติ.
@๔ ฉ.ม. สลากาภตฺตานิ ๕ ฉ.ม.,อิ. อุปนิพนฺธาเปตฺวา
ปุน ตโต จุโต อิมสฺมึ กปฺเป โกนาคมนสฺส ๑- จ ภควโต กสฺสปทสพลสฺส จาติ ทฺวินฺนํ พุทฺธานํ อนฺตเร พาราณสิยํ กุฏุมฺพิกฆเร นิพฺพตฺโต. โส วุฑฺฒิมนฺวาย ฆราวาสํ วสนฺโต เอกทิวสํ อรญฺเญ ชงฺฆวิหารํ วิจรติ. ๒- ตสฺมึ จ สมเย ปจฺเจกพุทฺโธ นทีตีเร จีวรกมฺมํ กโรนฺโต อนุวาเต อปฺปโหนฺเต สํหริตฺวา ฐเปตุํ อารทฺโธ. โส ทิสฺวา "กสฺมา ภนฺเต สํหริตฺวา ฐเปถา"ติ อาห. อนุวาโต นปฺปโหตีติ. "อิมินา ภนฺเต กโรถา"ติ. โส สาฏกํ ทตฺวา "นิพฺพตฺตนิพฺพตฺตฏฺฐาเน เม กาจิ ๓- ปริหานิ มา โหตู"ติ ปฏฺฐนํ ฐเปสิ. ๔-