ตสฺส วุฑฺฒิปฺปตฺตสฺส ตเมว เสฏฺฐิธีตรํ อานยึสุ. ตสฺสา ปุพฺเพ อนิฏฺฐวิปากสฺส ตสฺส กมฺมสฺส อานุภาเวน ปติกุลํ ปวิฏฺฐมตฺตาย อุมฺมารพฺภนฺตเร สกลสรีรํ อุคฺฆาฏิตวจฺจกุฏิ วิย ทุคฺคนฺธํ ชาตํ. เสฏฺฐิกุมาโร "กสฺสายํ คนฺโธ"ติ ปุจฺฉิตฺวา "เสฏฺฐิกญฺญายา"ติ สุตฺวา "นีหรถ นีหรถา"ติ อาคตนิยาเมเนว ๑- กุลฆรํ เปเสสิ. สา เอเตเนว นีหาเรน สตฺตสุ ฐาเนสุ ปฏินิวตฺติตา.
เตน จ สมเยน กสฺสปทสพโล ปรินิพฺพายิ. ตสฺส ฆนโกฏฺฏิมาหิ สตสหสฺสคฺฆนิกาหิ รตฺตสุวณฺณอิฏฺฐกาหิ โยชนุพฺเพธํ เจติยํ อารภึสุ. ตสฺมึ เจติเย กริยมาเน สา เสฏฺฐิธีตา จินฺเตสิ "อหํ สตฺตสุ ฐาเนสุ ปฏินิวตฺติตา, กึ เม ชีวิเตนา"ติ อตฺตโน สรีราภรณภณฺฑิกํ ๒- ภญฺชาเปตฺวา สุวณฺณอิฏฺฐกํ กาเรสิ รตนายตํ วิทิฏฺฐิวิตฺถีนํ ๓- จตุรงฺคุลุพฺเพธํ. ตโต หริตาลมโนสิลาปิณฺฑํ คเหตฺวา อฏฺฐ อุปฺปลหตฺถเก อาทาย เจติยกรณฏฺฐานํ คตา. ตสฺมึ จ ขเณ เอกา อิฏฺฐกา สนฺธึ ๔- ปริกฺขิปิตฺวา อาคจฺฉมานา ฆฏนิฏฺฐกาย อูนา โหติ. เสฏฺฐิธีตา วฑฺฒกึ อาห "อิมํ อิฏฺฐกํ เอตฺถ ฐเปถา"ติ. อมฺม ภทฺทเก กาเล อาคตาสิ, สยเมว ฐเปหีติ. สา อารุยฺห เตเลน หริตาลมโนสิลํ โยเชตฺวา เตน พนฺเธน อิฏฺฐกํ ปติฏฺฐเปตฺวา อุปริ อฏฺฐหิ อุปฺปลหตฺถเกหิ ปูชํ กตฺวา วนฺทิตฺวา "นิพฺพตฺตฏฺฐาเน มม ๕- กายโต จนฺทนคนฺโธ วายตุ, มุขโต อุปฺปลคนฺโธ"ติ ปฏฺฐนํ กตฺวา เจติยํ วนฺทิตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา อคมาสิ.
อถ ตสฺมึเยว ขเณ ยสฺส เสฏฺฐิปุตฺตสฺส ปฐมํ เคหํ นีตา, ตสฺส ตํ อารพฺภ สติ อุทปาทิ. นคเรปิ นกฺขตฺตํ สงฺฆุฏฺฐํ โหติ. โส อุปฏฺฐาเก อาห "ตทา อิธ อานีตา เสฏฺฐิธีตา อตฺถิ, กหํ สา"ติ. กุลเคเห สามีติ. อาเนถ นํ, นกฺขตฺตํ กีฬิสฺสามาติ. เต คนฺตฺวา ตํ วนฺทิตฺวา ฐิตา "กึ ตาตา อาคตตฺถา"ติ ตาย