@๘ ฉ.ม.,อิ. ฆนพุทฺธรสฺมิโย ๙ ฉ.ม.,อิ. พุทฺธรสฺมิโย ๑๐ สี....อุคฺคมนกาเล
@๑๑ ฉ.ม. วนนฺตํ. เอวมุปริปิ วิย คคนตลํ, ๑- สุปุปฺผิตกมลกุวลยํ วิย สลิลํ วนนฺตรํ วิโรจิตฺถ. นิโคฺรธรุกฺขสฺส นาม ขนฺโธ เสโต โหติ, ปณฺณานิ นาม นีลานิ, ๒- ปกฺกานิ รตฺตานิ. ตสฺมิมฺปน ทิวเส เสตสาโข ๓- นิโคฺรโธ สุวณฺณวณฺโณว อโหสิ.
มหากสฺสปตฺเถโร "อยํ มยฺหํ สตฺถา ภวิสฺสติ, อิมาหํ อุทฺทิสฺส ปพฺพชิโต"ติ ทิฏฺฐฏฺฐานโต ปฏฺฐาย โอณโต ๔- คนฺตฺวา ตีสุ ฐาเนสุ วนฺทิตฺวา "สตฺถา เม ภนฺเต ภควา, สาวโกหมสฺมิ, สตฺถา เม ภนฺเต ภควา, สาวโกหมสฺมี"ติ อาห. อถ นํ ภควา อโวจ "กสฺสป สเจ ตฺวํ อิมํ นิปจฺจการํ มหาปฐวิยา กเรยฺยาสิ, สาปิ ธาเรตุํ น สกฺกุเณยฺย. ตถาคตสฺส เอวํ คุณมหนฺตตาย ตยา ๕- กโต นิปจฺจกาโร มยฺหํ โลมมฺปิ จาเลตุํ น สกฺโกติ. นิสีท กสฺสป, ทายชฺชํ เต ทสฺสามี"ติ. อถสฺส ภควา ตีหิ โอวาเทหิ อุปสมฺปทํ อทาสิ. ทตฺวา พหุปุตฺตกนิโคฺรธมูลโต นิกฺขมิตฺวา เถรํ ปจฺฉาสมณํ กตฺวา มคฺคํ ปฏิปชฺชิ. สตฺถุ สรีรํ ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณวิจิตฺตํ, มหากสฺสปสฺส สตฺตมหาปุริสลกฺขณปฏิมณฺฑิตํ. โส กาญฺจนมหานาวาย ปจฺฉาพนฺโธ วิย สตฺถุ ปทานุปทิกํ อนุคญฺฉิ. สตฺถา โถกํ มคฺคํ คนฺตฺวา มคฺคา โอกฺกมฺม อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสชฺชาการํ ทสฺเสติ, เถโร "นิสีทิตุกาโม สตฺถา"ติ ญตฺวา อตฺตโน ปารุตํ ปฏฺฏปิโลติกํ สํฆาฏึ จตุคฺคุณํ กตฺวา ปญฺญาเปสิ.
สตฺถา ตตฺถ นิสีทิตฺวา หตฺเถน จีวรํ ปรามสนฺโต ๖- "มุทุกา โข ตฺยายํ กสฺสป ปฏฺฏปิโลติกาสงฺฆาฏี"ติ ๗- อาห. เถโร "สตฺถา เม สงฺฆาฏิยา มุทุกภาวํ กเถติ, ปารุปิตุกาโม ภวิสฺสตี"ติ ญตฺวา "ปารุปตุ ภนฺเต ภควา สงฺฆาฏินฺ"ติ อาห. ตฺวํ กึ ปารุปิสฺสสิ กสฺสปาติ. ตุมฺหากํ นิวาสนํ ลภนฺโต ปารุปิสฺสามีติ. ๘- "กิมฺปน ตฺวํ กสฺสป เอวํ อิมํ ปริโภคชิณฺณํ ปํสุกูลํ ธาเรตุํ สกฺขิสฺสสิ. มยา หิ อิมสฺส ปํสุกูลสฺส คหิตทิวเส อุทกปริยนฺตํ กตฺวา มหาปฐวี กมฺปิ, อิมํ พุทฺธานํ ปริโภคชิณฺณจีวรํ นาม ชิณฺณํ น สกฺกา ปริตฺตคุเณน ธาเรตุํ, ปฏิพเลน อิทํ