@๕ สี. ติฏฺฐนฺโต ๖ ฉ.ม. ปุน ทุติยวาเร, อิ. อนนฺตเร ๗ สี. กสฺสาปิ

@๘ สี. อุสฺสหตีติ สนฺธาย วทสี"ติ. ภนฺเต นาหํ วตฺถาลงฺการํ สนฺธาย วทามิ, ติสฺสนฺนํ ปน เม สมฺปตฺตีนํ วิโลโป วฏฺฏติ, ตํ สนฺธาย วเทมิ. มํ ตาว ตุเมฺห มา ปพฺพาชยิตฺถ, ภาตรํ ปน เม ชานาถาติ. โก นาม ปน เต ภาตาติ. คิหิกาเล อุปติสฺโส นาม, อิทานิ ปน สาริปุตฺโต นาม ชาโตติ วทนฺตีติ. "อาวุโส เอวํ สนฺเต อยํ กุลปุตฺโต อมฺหากํ กนิฏฺฐภาติโก นาม โหติ, เชฏฺฐภาติโก โน ธมฺมเสนาปติ ปุเรตรํเยว อาห `อมฺหากํ ญาตกา สพฺเพ มิจฺฉาทิฏฺฐิกา, โย โกจิ อมฺหากํ ญาติ อาคจฺฉติ, ตํ เยน เกนจิ อุปาเยน ปพฺพาเชยฺยาถา'ติ. อยํ ปน เถรสฺส อชฺฌตฺตภาติโก, ๑- ปพฺพาเชถ นนฺ"ติ วตฺวา ตจปญฺจกกมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขิตฺวา ปพฺพาชยึสุ. อถ นํ ปริปุณฺณวสฺสํ อุปสมฺปาเทตฺวา กมฺมฏฺฐาเน โยชยึสุ.

เถโร กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อาจริยุปชฺฌายานํ อวิทูเร ฐาเน วุตฺตปฺปการํ ขทิรวนํ ปวิสิตฺวา สมณธมฺมํ กโรติ. ตสฺส "อรหตฺตํ อปฺปตฺวา ทสพลํ วา ภาติกตฺเถรํ วา น ปสฺสิสฺสามี"ติ วายมนฺตสฺเสว ตโย มาสา อติกฺกนฺตา, สุขุมาลสตฺตสฺส ลูขโภชนํ ภุญฺชนฺตสฺส จิตฺตํ ปณีตํ นาโหสิ, ๒- กมฺมฏฺฐานาภิมุขํ นาคตํ. ๓- โส เตมาสจฺจเยน ปวาเรตฺวา วุฏฺฐวสฺโสว หุตฺวา ตสฺมึเยว ฐาเน สมณธมฺมํ กโรติ. ตสฺส สมณธมฺมํ กโรนฺตสฺส ๔- จิตฺตํ เอกคฺคํ อโหสิ, โส วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ.

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๓๓๙

ที่มาและฉบับอื่นของ “วรรคที่ ๒”