[๒๐๗] นวเม ลาภีนํ ยทิทํ สีวลีติ ฐเปตฺวา ตถาคตํ ลาภีนํ ภิกฺขูนํ สีวลิตฺเถโร อคฺโคติ ทสฺเสติ. ตสฺส ปญฺหากมฺเม อยมนุปุพฺพิกถา:- อยํปิ อตีเต ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล วุตฺตนเยเนว วิหารํ คนฺตฺวา ปริสปริยนฺเต ฐิโต ธมฺมํ สุณนฺโต สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุํ ลาภีนํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา "มยาปิ อนาคเต เอวรูเปน ภวิตุํ วฏฺฏตี"ติ ทสพลํ นิมนฺเตตฺวา ปุริมนเยเนว สตฺตาหํ มหาทานํ ทตฺวา "ภควา อหํปิ อิมินา อธิการกมฺเมน อญฺญํ สมฺปตฺตึ น ปฏฺเฐมิ, อนาคเต ปน เอกสฺส พุทฺธสฺส สาสเน อหํปิ ตุเมฺหหิ โส เอตทคฺเค ฐปิโต ภิกฺขุ วิย ลาภีนมคฺโค ภเวยฺยนฺ"ติ ปฏฺฐนํ อกาสิ. สตฺถา ตํ อนนฺตรายํ ทิสฺวา "อยนฺเต ปฏฺฐนา อนาคเต โคตมพุทฺธสฺส สนฺติเก ๑- สมิชฺฌิสฺสตี"ติ พฺยากริตฺวา ปกฺกามิ.

โส กุลปุตฺโต ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต วิปสฺสิพุทฺธกาเล พนฺธุมตีนครโต อวิทูเร เอกสฺมึ คามเก ๒- ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. ตสฺมึ สมเย พนฺธุมตีนครวาสิโน รญฺญา สทฺธึ สากจฺฉิตฺวา สากจฺฉิตฺวา ทสพลสฺส ทานํ เทนฺติ. เต เอกทิวสํ สพฺเพว เอกโต หุตฺวา ทานํ ทตฺวา "กึ นุ โข อมฺหากํ ทานมุเข นตฺถี"ติ มธุญฺจ คุฬทธิญฺจ น อทฺทสํสุ. เต "อิโต จิโต ๓- อาหริสฺสามา"ติ ชนปทโต นครํ ปวิสนมคฺเค ปุริสํ ฐเปสุํ. ตทา เอส กุลปุตฺโต อตฺตโน คามโต คุฬทธิวารกํ คเหตฺวา "กิญฺจิเทว อาหริสฺสามี"ติ นครํ คจฺฉนฺโต มุขํ โธวิตฺวา "โธตหตฺถปาโท ปวิสิสฺสามี"ติ ผาสุกฏฺฐานํ โอโลเกนฺโต นงฺคลสีสมตฺตํ นิมฺมกฺขิกํ ทณฺฑกมธุํ ทิสฺวา "ปุญฺเญน เม อิทํ อุปฺปนฺนนฺ"ติ ๔- คเหตฺวา นครํ ปวิสติ. นาคเรหิ ฐปิตปุริโส ตํ ทิสฺวา "โภ ปุริส กสฺสจิ ๕- มธุํ อาหรสี"ติ ปุจฺฉิ. น กสฺสจิ สามิ, วิกฺกิณิตุํ ปน เม อิทํ อานีตนฺติ. เตนหิ โภ อิมํ กหาปณํ คเหตฺวา เอตํ มธุญฺจ คุฬทธิญฺจ เทหีติ.

@๕ ฉ.ม. กสฺสิมํ

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๓๖๒

ที่มาและฉบับอื่นของ “วรรคที่ ๒”