@๑๓ ฉ.ม.,อิ. สนฺนิปาตฏฺฐาเน ๑๔ ฉ.ม.,อิ. โอโลเกนฺโต อุมฺมาทปฺปตฺโต วิย ฐิตนิสินฺนฏฺฐาเนสุ "หนฺท ทมิฬเทวิ หนฺท ทมิฬเทวี"ติ ๑- วทนฺโต วิจรติ. ตโต ปฏฺฐายสฺส ทหรสามเณรา อุมฺมตฺตกจิตฺตตฺเถโรเตฺวว นามํ กตฺวา โวหรึสุ. อถ สา เทวี นจิรสฺเสว กาลมกาสิ. ภิกฺขุสํเฆ สีวตฺถิกาย ทสฺสนํ ๒- คนฺตฺวา อาคเต ทหรสามเณรา ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา เอวมาหํสุ "ภนฺเต จิตฺตตฺเถร ยสฺสตฺถาย ตฺวํ วิลปสิ, มยํ ตสฺสา เทวิยา สีวตฺถิกทสฺสนํ คนฺตฺวา อาคตา"ติ. เอวํ วุตฺเตปิ อสทฺทหนฺโต "ยสฺสา วา ตสฺสา วา ตุเมฺห ๓- สีวตฺถิกทสฺสนตฺถาย คตา, มุขํ ตุมฺหากํ ธูมวณฺณนฺ"ติ อุมฺมตฺตกวจนเมว อโวจ. เอวํ อุมฺมตฺตกจิตฺตตฺเถรสฺส จิตฺตํ ปริยาทาย อฏฺฐาสิ อิทํ อิตฺถีรูปํ.
อปรมฺปิ วตฺถุ:- สทฺธาติสฺสมหาราชา กิร เอกทิวสํ โอโรธคณปริวุโต วิหารํ อาคโต. เอโก ทหโร โลหปาสาททฺวารโกฏฺฐเก ฐตฺวา อสํวเร ฐิโต เอกํ อิตฺถึ โอโลเกสิ, สาปิ คมนํ ปจฺฉินฺทิตฺวา ตํ โอโลเกสิ, อุโภปิ อพฺภนฺตเร อุฏฺฐิเตน ราคคฺคินา ฑยฺหิตา ๔- กาลมกํสุ. เอวํ อิตฺถีรูปํ ทหรสฺส จิตฺตํ ปริยาทาย อฏฺฐาสิ. ๕-
อปรมฺปิ วตฺถุ:- กลฺยาณิยมหาวิหารโต กิร เอโก ทหโร อุทฺเทสตฺถาย กาฬทีฆวาปิคามทฺวารํ วิหารํ คนฺตฺวา นิฏฺฐิตุทฺเทสกิจฺโจ อตฺถกามานํ วจนํ อคเหตฺวา "คตฏฺฐาเน ทหรสามเณเรหิ ปุฏฺเฐน คามสฺส นิวิฏฺฐากาโร กเถตพฺโพ ภวิสฺสตี"ติ คาเม ปิณฺฑาย จรนฺโต วิสภาคารมฺมเณ นิมิตฺตํ คเหตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานํ คโต ตาย นิวฏฺฐวตฺถํ สญฺชานิตฺวา "กหํ ภนฺเต อิทํ ลทฺธนฺ"ติ ปุจฺฉนฺโต ตสฺสา มตภาวํ ญตฺวา "เอวรูปา นาม อิตฺถี มํ นิสฺสาย มตา"ติ จินฺเตนฺโต อนฺโต อุฏฺฐิเตน ราคคฺคินา ฑยฺหิตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาปุณิ. เอวํปิ อิทํ อิตฺถีรูปํ ปุริสสฺส จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐตีติ เวทิตพฺพํ.
ปฐมํ สุตฺตํ นิฏฺฐิตํ.