@อสีติโกฏิวิภวํ เสฏฺฐิภริยาปิ อญฺเญสุ ทิวเสสุ มจฺเฉน กีฬายติ, ๑- ตํทิวสํ ปน มจฺฉํ ผลเก ฐเปตฺวา สยเมว ผาเลสิ. มจฺฉํ นาม กุจฺฉิโต ผาเลนฺติ, สา ปน ปิฏฺฐิโต ผาเลนฺตี มจฺฉกุจฺฉิยํ สุวณฺณวณฺณํ ทารกํ ทิสฺวา "มจฺฉกุจฺฉิยํ เม ปุตฺโต ลทฺโธ"ติ นทนํ ๒- นทิตฺวา ทารกํ อาทาย สามิกสฺส สนฺติกํ อคมาสิ. เสฏฺฐี ตาวเทว เภริญฺจาราเปตฺวา ทารกํ อาทาย รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา "มจฺฉกุจฺฉิยํ เม เทว ลทฺโธ ทารโก, กึ กโรมา"ติ อาห. ปุญฺญวา เอส, โย มจฺฉกุจฺฉิยํ อโรโค วสิ, ปาเลหิ ๓- นนฺติ.
อสฺโสสิ โข อิตรํ กุลํ "พาราณสิยํ กิร เอกํ เสฏฺฐิกุลํ มจฺฉกุจฺฉิยํ ทารกํ ลภตี"ติ. เต ตตฺถ อคมํสุ. อถสฺส มาตา ทารกํ อลงฺกริตฺวา กีฬาปิยมานํ ทิสฺวา "มนาโป วตายํ ทารโก"ติ ปุจฺฉิตฺวา ตํ ปวุตฺตึ ๔- อาจิกฺขิ. อิตรา "มยฺหํ ปุตฺโต"ติ อาห. กหํ ปน ลทฺโธติ. มจฺฉกุจฺฉิยนฺติ. น ตุยฺหํ ปุตฺโต, มยฺหํ ปุตฺโตติ. กถนฺเต ลทฺโธติ. มยา ทสมาเส กุจฺฉิยา ธาริโต, อถ นํ นทิยา กีฬาปิยมานํ มจฺโฉ คิลีติ. ตุยฺหํ ปุตฺโต อญฺเญน มจฺเฉน คิลิโต ภวิสฺสติ, อยํ ปน มยา มจฺฉกุจฺฉิยํ ลทฺโธติ อุโภปิ ราชกุลํ อคมํสุ. ราชา อาห "อยํ ทสมาเส กุจฺฉิยา ธาริตตฺตา อมาตา กาตุํ น สกฺกา, มจฺฉํ คณฺหนฺตาปิ วิกฺกยกยาทีนิ ๕- พหิ กตฺวา คณฺหนฺตา นาม นตฺถิ, ๖- มจฺฉกุจฺฉิยํ ลทฺธตฺตา อยํปิ อมาตา กาตุํ น สกฺกาติ ๗- ทารโก อุภินฺนํปิ กุลานํ ทายาโท โหตู"ติ. ตโต ปฏฺฐาย เทฺวปิ กุลานิ อติวิย ลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺตานิ อเหสุํ. ตสฺส ทฺวีหิ กุเลหิ วฑฺฒิตตฺตา พากุลกุมาโรติ นามํ กรึสุ.
ตสฺส วิญฺญุตํ ปตฺตสฺส ทฺวีสุปิ นคเรสุ ตโย ตโย ปาสาเท กาเรตฺวา นาฏกานิ ปจฺจุปฏฺฐเปสุํ. เอเกกสฺมึ นคเร จตฺตาโร จตฺตาโร มาเส วสติ, เอเกกสฺมึ นคเร จตฺตาโร มาเส วุฏฺฐสฺส สงฺฆาฏนาวาสุ มณฺฑปํ กาเรตฺวา ตตฺถ นํ สทฺธึ นาฏเกหิ อาโรเปนฺติ. โส สมฺปตฺตึ อนุภวมาโน จตูหิ มาเสหิ อิตรํ นครํ คจฺฉติ. ตํ นครวาสินาฏกา "ทฺวีหิ มาเสหิ อุปฑฺฒมคฺคํ อาคโต ภวิสฺสตี"ติ ปจฺจุคฺคนฺตฺวา