@๗ ฉ.ม. กตฺวา
สา อปรภาเค วยปฺปตฺตา อตฺตโน เคเห เอเกน กมฺมกาเรน สทฺธึ สนฺถวํ กตฺวา อปรภาเค อตฺตโน สมานชาติกํ กุลํ คจฺฉนฺตี ตสฺส สนฺถวปุริสสฺส ๑- สญฺญํ อทาสิ "ตฺวํ เสฺวว ปฏฺฐาย มํ ปหารสเตนปิ ๒- ทฏฺฐุํ น ลภิสฺสสิ, สเจ เต กมฺมํ อตฺถิ, อิทานิ มํ คณฺหิตฺวา คจฺฉาหี"ติ. โส "เอวํ โหตู"ติ อนุจฺฉวิกํ หตฺถสารํ คเหตฺวา ตํ อาทาย นครโต ตีณิ จตฺตาริ โยชนานิ ปฏิกฺกมิตฺวา เอกสฺมึ คามเก วาสํ กปฺเปสิ.
อถ อปรภาเค ตสฺสา กุจฺฉิยํ คพฺโภ ปติฏฺฐาสิ. สา คพฺเภ ปริปกฺเก "อิทํ อมฺหากํ อฏฺฐานํ ๓- กุลเคหํ คจฺฉาม สามี"ติ อาห. โส "อชฺช คจฺฉาม, เสฺว คจฺฉามา"ติ คนฺตุํ อสกฺโกนฺโต กาลํ วีตินาเมสิ. สา ตสฺส การณํ ญตฺวา "นายํ พาโล มํ เนสฺสตี"ติ ตสฺมึ พหิ คเต "เอกิกาว กุลเคหํ คมิสฺสามี"ติ มคฺคํ ปฏิปชฺชิ. โส อาคนฺตฺวา ตํ เคเห อปสฺสนฺโต ปฏิวิสฺสเก ปุจฺฉิตฺวา "กุลเคหํ คตา"ติ สุตฺวา "มํ นิสฺสาย กุลธีตา อนาถา ชาตา"ติ ปทานุปทิกํ คนฺตฺวา สมฺปาปุณิ. ตสฺสา อนฺตรามคฺเคว คพฺภวุฏฺฐานํ อโหสิ. ตโต "ยสฺสตฺถาย มคฺคํ ๔- คจฺเฉยฺยาม, โส อตฺโถ อนฺตรามคฺเคว นิปฺผนฺโน, อิทานิ คนฺตฺวา กึ กริสฺสามา"ติ ปฏินิวตฺตึสุ. ปุน ตสฺสา กุจฺฉิยํ คพฺโภ ปติฏฺฐาสีติ ปุริมนเยเนว วิตฺถาเรตพฺพํ.
อนฺตรามคฺเค ปนสฺสา คพฺภวุฏฺฐาเน ชาตมตฺเตเยว จตูสุ ทิสาสุ มหาเมโฆ อุฏฺฐหิ. ๕- สา ตํ ปุริสํ อาห "สามิ อเวลาย จตูสุ ทิสาสุ มหาเมโฆ อุฏฺฐิโต, อตฺตโน วสนฏฺฐานํ ๖- กาตุํ วายมาหี"ติ. โส "เอวํ กริสฺสามี"ติ ทณฺฑเกหิ กุฏิกํ กตฺวา "ฉทนตฺถาย ติณํ อาหริสฺสามี"ติ เอกสฺมึ มหาวมฺมิกปาเท ติณํ ฉินฺทติ, อถ นํ วมฺมิเก นิปนฺโน กณฺหสปฺโป ปาเท ฑํสิ, โส ตสฺมึเยว ฐาเน ปติโต. สาปิ "อิทานิ อาคมิสฺสติ, อิทานิ อาคมิสฺสตี"ติ สพฺพรตฺตึ เขเปตฺวา "อทฺธา มํ โส `อนาถา เอสา'ติ มคฺเค ฉฑฺเฑตฺวา คโต ภวิสฺสตี"ติ อาโลเก สญฺชาเต