@๗ ฉ.ม.,อิ. เจติยํ ๘ สี.,อิ. อุโปสถทิวเส อุโปสถทิวเส ๙ ฉ.ม. นีลรสฺมิโย
@นิคฺคจฺฉนฺติ อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปฏฺเฐสิ. โส กปฺปสตสหสฺสํ เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ สุมนเสฏฺฐิสฺส เคเห นิพฺพตฺติ, สุทตฺโตติสฺส นามํ อกํสุ.
โส อปรภาเค ฆราวาเส ปติฏฺฐิโต ทายโก ทานปติ หุตฺวา เตเนว คุเณน ปตฺถฏนามเธยฺโย ๑- อนาถปิณฺฑิโก นาม อโหสิ. โส ปญฺจหิ สกฏสเตหิ ภณฺฑํ อาทาย ราชคเห อตฺตโน ปิยสหายกสฺส เสฏฺฐิโน เคหํ คนฺตฺวา ตตฺถ พุทฺธสฺส ภควโต อุปฺปนฺนภาวํ สุตฺวา พลวปจฺจูสกาเล เทวตานุภาเวน วิวเฏน ทฺวาเรน สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย ทุติยทิวเส พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสํฆสฺส มหาทานํ ทตฺวา สาวตฺถิยํ อาคมนตฺถาย สตฺถุ ปฏิญฺญํ คเหตฺวา อนฺตรามคฺเค ปญฺจจตฺตาฬีสโยชนมคฺเค สตสหสฺสํ สตสหสฺสํ ทตฺวา โยชนิกวิหาเร กาเรตฺวา เชตวนํ โกฏิสณฺฐาเรน สณฺฐริตฺวา อฏฺฐารสหิ โกฏีหิ กิณิตฺวา อฏฺฐารสหิ โกฏีหิ วิหารํ กาเรตฺวา วิหาเร นิฏฺฐิเต จตุนฺนํ ปริสานํ ปุเรภตฺตปจฺฉาภตฺเตสุ ยทิจฺฉกํ ทานํ ททนฺโต อฏฺฐารสหิ โกฏีหิ วิหารมหํ นิฏฺฐาเปสิ. วิหารมโห นวหิ มาเสหิ นิฏฺฐานํ อคมาสิ, "ปญฺจหี"ติ อปเร. เตสํ ๒- ปน สพฺพาจริยานํ วิวาโท นตฺถิ.
เอวํ จตุปณฺณาสโกฏิธนํ วิสฺสชฺเชตฺวา นิจฺจกาลํ เคเห เอวรูปํ ทานํ ปวตฺเตสิ. เทวสิกํ ปญฺจ สลากภตฺตสตานิ โหนฺติ, ปญฺจ ปกฺขิกภตฺตสตานิ, ปญฺจ สลากยาคุสตานิ, ปญฺจ ปกฺขิกยาคุสตานิ ปญฺจ ธุวภตฺตสตานิ, ๓- ปญฺจ อาคนฺตุกภตฺตสตานิ, ปญฺจ คมิกภตฺตสตานิ, ปญฺจ คิลานภตฺตสตานิ, ปญฺจ คิลาโนปฏฺฐากภตฺตสตานิ, ปญฺจ อาสนสตานิ เคเห นิจฺจํ ปญฺญตฺตาเนว โหนฺตีติ. อถ นํ อปรภาเค สตฺถา เชตวเน นิสินฺโน อุปาสเก ปฏิปาฏิยา ฐานนฺตเรสุ ฐเปนฺโต ทายกานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.