@๙ ฉ.ม. อาคจฺฉตีติ ตว สนฺติกํ ปุตฺโต เปสิโต, สหายสฺส เม คามิกเสฏฺฐิสฺส วยปฺปตฺตา ทาริกา อตฺถิ, ตฺวํ สีฆํ อมฺหากํ อาณาปวตฺติตฏฺฐาเน อุปฺปาทธนํ คณฺหิตฺวา สพฺพสเตน มม ปุตฺตสฺส คามิกเสฏฺฐิโน ธีตรํ คเหตฺวา มงฺคลํ กโรหิ. มงฺคเล จ นิฏฺฐิเต `อิมินา เม วิธาเนน ๑- กตนฺ'ติ มยฺหํ สาสนํ เปเสหิ. อหํ ตว อิธ กตฺตพฺพํ ชานิสฺสามี"ติ ปณฺณํ ลิขิตฺวา ตเมว ลญฺจนํ ๒- ทตฺวา ปฐมํ พนฺธนิยาเมเนว ทุสฺสนฺเต พนฺธิ.
โสปิ โข กุมาโร ตํทิวสํ ตตฺถ วสิตฺวา ปุนทิวเส เสฏฺฐึ อาปุจฺฉิตฺวา กมฺมนฺติกสฺส คามํ คนฺตฺวา ปณฺณํ อทาสิ. กมฺมนฺติโก ปณฺณํ วาเจตฺวา คามิเก สนฺนิปาเตตฺวา "ตุเมฺห จ มม ๓- น คเณถ, มม สามี อตฺตโน เชฏฺฐกปุตฺตสฺส สพฺพสเตน ทาริกํ อาเนตูติ ๔- มยฺหํ สนฺติกํ เปเสสิ, เวเคน อิมสฺมึ ฐาเน อุปฺปาทํ สมฺปิณฺเฑถา"ติ สพฺพํ มงฺคลสกฺการํ สชฺเชตฺวา คามิกเสฏฺฐิสฺส สาสนํ เปเสตฺวา สมฺปฏิจฺฉาเปตฺวา สพฺพสเตน มงฺคลกิริยํ นิฏฺฐาเปตฺวา โกสมฺพิกเสฏฺฐิสฺส ปณฺณํ ปหิณิ "มยา ตุเมฺหหิ ปหิตปณฺเณ สาสนํ สุตฺวา อิทญฺจ อิทญฺจ กตนฺ"ติ.
เสฏฺฐี ตํ สาสนํ สุตฺวา อคฺคิทฑฺโฒ ๕- วิย "อิทานิ นฏฺโฐมฺหี"ติ จินฺตนวเสน โลหิตปกฺขนฺทิกโรคํ ปตฺวา "เยน เกนจิ ตํ อุปาเยน ปกฺโกสาเปตฺวา ๖- มม สนฺตกสฺส อสฺสามิกํ กริสฺสามี"ติ "มงฺคลสฺส นิฏฺฐิตกาลโต ปฏฺฐาย กสฺมา มยฺหํ ปุตฺโต พหิ โหติ, สีฆํ อาคจฺฉตู"ติ สาสนํ เปเสสิ. สาสนํ สุตฺวา ๗- กุมาเร คนฺตุํ อารทฺเธ ๗- เสฏฺฐิธีตา จินฺเตสิ "อยํ พาโล `มํ ๘- นิสฺสาย ๙- อยํ สมฺปตฺติ ลทฺธา'ติ ๙- น ชานาติ, ยงฺกิญฺจิ กตฺวา อิมสฺส คมนปฏิพาหนุปายํ ๑๐- กาตุํ วฏฺฏตี"ติ. ตโต นํ อาห "กุมาร มา อติเวเคน คจฺฉาหิ, ๑๑- กุลคามํ คจฺฉนฺเตน นาม อตฺตโน ปริวจฺฉํ กตฺวา คนฺตุํ วฏฺฏตี"ติ.