โฆสกเสฏฺฐีปิ โข อตฺตโน ฆรทฺวาเร กปณทฺธิกวนิพฺพกยาจกานํ มหาทานํ ทาเปสิ. อถายํ ภทฺทวติยเสฏฺฐี จินฺเตสิ "น สกฺกา อเมฺหหิ อิมินาว กปณเวเสน สหายกสฺส อตฺตานํ ทสฺเสตุํ, สรีเร ปากติเก ชาเต สุนิวฏฺฐปารุตา เสฏฺฐึ ปสฺสิสฺสามา"ติ. เต อุโภปิ ธีตรํ โฆสกเสฏฺฐิสฺส ทานคฺคํ ปหิณึสุ. สา อตฺตโน ภตฺตํ อาหรณตฺถาย ภาชนํ คเหตฺวา ทานคฺคํ คนฺตฺวา เอกสฺมึ โอกาเส ลชฺชมานรูปา อฏฺฐาสิ. ตํ ทิสฺวา ทานกมฺมิโก จินฺเตสิ "เสสชนา ๓- สมฺมุขฏฺฐาเน ๔- เกวฏฺฏา มจฺฉํ วิโลปนฺตา ๕- วิย มหาสทฺทํ กตฺวา คณฺหิตฺวา คจฺฉนฺติ, อยํ ปน ทาริกา กุลธีตา ภวิสฺสติ, อุปธิสมฺปทาปิสฺสา อตฺถี"ติ.

ตโต นํ อาห "ตฺวํ อมฺม กสฺมา เสสชโน วิย คณฺหิตฺวา น คจฺฉสี"ติ. ตาต เอวรูปํ สมฺพาธฏฺฐานํ กินฺติ กตฺวา ปวิสิสฺสามีติ. ๖- อมฺม กติ ปน ชนา ตุเมฺหติ. ตโย ชนา ตาตาติ. โส ตโย ภตฺตปิณฺเฑ อทาสิ. สา ตํ ภตฺตํ มาตาปิตูนํ อทาสิ, ปิตา ทีฆรตฺตํ ฉาตกชฺฌตฺโต ๗- อติเรกํ ภุญฺชิตฺวา กาลมกาสิ. สา ปุนทิวเส คนฺตฺวา เทฺวเยว ภตฺตปิณฺเฑ คณฺหิ. ตํทิวสํ เสฏฺฐิภริยา ภตฺเตน จ กิลนฺตตาย เสฏฺฐิโน จ มรณโสเกน รตฺติภาคสมนนฺตเร กาลมกาสิ. ปุนทิวเส

@๕ ฉ.,อิ. มจฺฉวิโลเป ๖ ฉ.ม.,อิ. ปวิสามีติ ๗ ฉ.ม. ฉาตกตฺตา, อิ. ฉาตชฺฌตฺโต เสฏฺฐิธีตา เอกเมว ภตฺตปิณฺฑํ คณฺหิ. ทานกมฺมิโก ตสฺสา กิริยํ อุปธาเรตฺวา "อมฺม ตยา ปฐมทิวเส ตโย ปิณฺฑา คหิตา, ปุนทิวเส เทฺว, อชฺช เอกเมว คณฺหสิ. กึ นุ โข การณนฺ"ติ ปุจฺฉิ. สา ตํ การณํ กเถสิ. กตรคามวาสิโน ปน อมฺม ตุเมฺหติ. สา ตํปิ การณํ นิปฺปเทสโต กเถสิ. "อมฺม เอวํ สนฺเต ตฺวํ อมฺหากํ เสฏฺฐิธีตา ๑- นาม อโหสิ, มยฺหญฺจ อญฺญา ทาริกา นตฺถิ, ตฺวํ อิโต ปฏฺฐาย มม ธีตา อมฺมา"ติ ตํ ธีตรํ กตฺวา คณฺหิ.

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๕๙๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “วรรคที่ ๗”