@๑๓ ฉ.ม. อานนฺตริยานิ. เอวมุปริปิ ๑๔ ม. โส ๑๕ สี.,อิ. ทุฏฺฐจิตฺโตติ สีฆํ ภินฺเทยฺย. วุตฺตํปิ เจตํ "ปญฺจหิ อุปาลิ อากาเรหิ สํโฆ ภิชฺชติ กมฺเมน อุทฺเทเสน โวหรนฺโต อนุสฺสาวเนน สลากคฺคาเหนา"ติ. ๑-
ตตฺถ กมฺเมนาติ ๒- จตูสุ กมฺเมสุ อญฺญตเรน. ๒- อุทฺเทเสนาติ ปญฺจสุ ปาติโมกฺขุทฺเทเสสุ อญฺญตเรนุทฺเทเสน. โวหรนฺโตติ กถยนฺโต, ตาหิ ตาหิ วา ๓- อุปฺปตฺตีหิ ๔- อธมฺมํ ธมฺโมติอาทีนิ อฏฺฐารส เภทกรวตฺถูนิ ทีเปนฺโต. อนุสฺสาวเนนาติ "กึ ๕- นนุ ตุเมฺห ชานาถ มยฺหํ อุจฺจากุลา ปพฺพชิตภาวญฺจ พหุสฺสุตภาวญฺจ, มาทิโส นาม อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ สตฺถุสาสนํ คาเหยฺยาติ ๖- จิตฺตํปิ อุปฺปาเทตุํ น ตุมฺหากํ ยุตฺตํ, กึ มยฺหํ อวีจิ นีลุปฺปลวนํ วิย สีตลา, กิมหํ อปายโต น ภายามี"ติอาทินา นเยน กณฺณมูเล วจีเภทํ กตฺวา อนุสฺสาวเนน. สลากคฺคาเหนาติ เอวํ อนุสฺสาเวตฺวา เตสํ จิตฺตํ อุปตฺถมฺเภตฺวา อนิวตฺติธมฺเม กตฺวา "คณฺหถ อิมํ สลากนฺ"ติ สลากคฺคาเหน.
เอตฺถ จ กมฺมเมว อุทฺเทโส วา ปมาณํ, โวหารานุสฺสาวนสลากคฺคาหา ปน ปุพฺพภาคา, อฏฺฐารสวตฺถุทีปนวเสน หิ โวหรนฺเตน ตตฺถ รุจิชนนตฺถํ อนุสฺสาเวตฺวา สลากาย คหิตายปิ อภินฺโนว โหติ สํโฆ. ยทา ปน เอวํ จตฺตาโร วา อติเรกา วา สลากํ คเหตฺวา อาเวณิกํ กมฺมํ ๗- วา อุทฺเทสํ วา กโรนฺติ, ตทา สํโฆ ภินฺโน นาม โหติ. เอวํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน ปุคฺคโล สํฆํ ภินฺเทยฺยาติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. เอตฺตาวตา มาตุฆาตาทีนิ ปญฺจ อนนฺตริยกมฺมานิ ทสฺสิตานิ โหนฺติ, ยานิ ปุถุชฺชโน กโรติ, น อริยสาวโก. เตสํ อาวีภาวตฺถํ:-
กมฺมโต ทฺวารโต เจว กปฺปฏฺฐิติยโต ตถา