@๔ ฉ.ม. อุปปชฺชติ ๕ สี.,ฉ.ม. ภาริยํ ปน โหติ ๖ ฉ.ม. มาเรสฺสามีติ
@๗ ฉ.ม. มนุสฺโส มนุสฺสภูตํ ๘ ฉ.ม. มนุสฺสอรหนฺตสฺส จ ๙ ฉ.ม. อเภชฺชกายตาย โลหิตสฺส ปคฺฆรณนฺนาม นตฺถิ, สรีรสฺส ปน อนฺโตเยว ตสฺมึ ๑- ฐาเน โลหิตํ สโมสรติ. เทวทตฺเตน ปวิทฺธสิลโต ภิชฺชิตฺวา คตา สกลิกา ๒- ตถาคตสฺส ปาทนฺตํ ปหริ, ผรสุนา สํปหโฏ ๓- วิย ปาโท อนฺโตโลหิโตเยว อโหสิ. ตถา กโรนฺตสฺส อนนฺตริยํ โหติ. ชีวโก ปน ตถาคตสฺส รุจิยา สตฺถเกเนว ๔- จมฺมํ ฉินฺทิตฺวา ตมฺหา ฐานา ทุฏฺฐโลหิตํ นีหริตฺวา ผาสุกมกาสิ. ตถา กโรนฺตสฺส ปุญฺญกมฺมเมว โหติ.
อถ เย ปรินิพฺพุเต ตถาคเต เจติยํ ภินฺทนฺติ, โพธึ ฉินฺทนฺติ, ธาตุํ ๕- อุปกฺกมนฺติ, เตสํ กึ โหตีติ? ภาริยํ กมฺมํ โหติ อนนฺตริยสทิสํ. สธาตุกํ ปน ถูปํ วา ปฏิมํ วา พาธิยมานํ ๖- โพธิสาขํ ฉินฺทิตุํ วฏฺฏติ. สเจปิ ตตฺถ นิสินฺนา ๗- สกุณา เจติเย วจฺจํ ปาเตนฺติ, ฉินฺทิตุํ วฏฺฏติเยว. ปริโภคเจติยโต หิ สรีรเจติยํ มหนฺตตรํ. เจติยวตฺถุํ ภินฺทิตฺวา คจฺฉนฺตํ โพธิมูลมฺปิ ฉินฺทิตฺวา หริตุํ วฏฺฏติ. ยา ปน โพธิสาขา โพธิฆรํ พาธติ, ตํ เคหรกฺขนตฺถํ ฉินฺทิตุํ น ลภติ. โพธิอตฺถํ หิ เคหํ, น เคหตฺถาย โพธิ. อาสนฆเรปิ เอเสว นโย. ยสฺมึ ปน อาสนฆเร ธาตุ นิหิตา โหติ, ตสฺส รกฺขนตฺถาย โพธิสาขํ ฉินฺทิตุํ วฏฺฏติ. โพธิชคฺคนตฺถํ โอชาหรณสาขํ วา ปูติสาขํ วา ๘- ฉินฺทิตุํ วฏฺฏติเยว, สรีรปฏิชคฺคเน วิย ปุญฺญํปิ โหติ.