สตฺตสงฺขารเกลายนปุคฺคลปริวชฺชนตาติ เอตฺถ โย ปุคฺคโล คิหี วา อตฺตโน ปุตฺตธีตาทิเก, ปพฺพชิโต วา อตฺตโน อนฺเตวาสิเก สมานุปชฺฌายกาทิเก มมายติ, สหตฺเถเนว เนสํ เกสมสฺสุจฺเฉทนสูจิกมฺมจีวรโธวนรชนปตฺตปจนาทีนิ ๑- กโรติ, มุหุตฺตํปิ อปสฺสนฺโต "อสุโก สามเณโร กุหึ, อสุโก ทหโร กุหินฺ"ติ ภนฺตมิโค วิย อิโต จิโต จ โอโลเกติ, อญฺเญน เกสจฺเฉทนาทีนํ อตฺถาย "มุหุตฺตํ ตาว อสุกํ เปเสถา"ติ ยาจิยมาโนปิ "อเมฺหปิ ตํ อตฺตโน กมฺมํ น กาเรม, ตุเมฺห นํ คเหตฺวา กิลมิสฺสถา"ติ ๒- น เทติ, อยํ สตฺตเกลายโน นาม. โย ปน จีวรปตฺตถาลกกตฺตรยฏฺฐิอาทีนิ มมายติ, อญฺญสฺส ๓- หตฺเถน ปรามสิตุํปิ น เทติ, ตาวกาลิกํ ยาจิโต "มยํปิ อิทํ มมายนฺตา ๔- สยํ ๕- น ปริภุญฺชาม, ตุมฺหากํ กึ ทสฺสามา"ติ วทติ, อยํ สงฺขารเกลายโน นาม.
โย ปน เตสุ ทฺวีสุปิ วตฺถูสุ มชฺฌตฺโต อุทาสิโน, ๖- อยํ สตฺตสงฺขารมชฺฌตฺโต นาม. อิติ อยํ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค เอวรูปํ สตฺตสงฺขารเกลายนปุคฺคลํ อารกา ปริวชฺเชนฺตสฺสาปิ, สตฺตสงฺขารมชฺฌตฺตปุคฺคลํ เสวนฺตสฺสาปิ, ฐานนิสชฺชาทีสุ ตทุปฺปาทนตฺถํ นินฺนโปณปพฺภารจิตฺตสฺสาปิ อุปฺปชฺชติ. ตสฺมา อาทิกมฺมิโก กุลปุตฺโต อิเมหิ ปญฺจหิ การเณหิ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคํ สมุฏฺฐาเปตฺวา ตเทว ธุรํ กตฺวา อภินิเวสํ ปฏฺฐเปตฺวา อนุกฺกเมน อรหตฺตํ คณฺหาติ. โส ยาว อรหตฺตมคฺคา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ นาม, ผเล ปตฺเต ภาวิโต นาม โหติ. อิติ อิเมปิ สตฺต โพชฺฌงฺคา โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกาว กถิตา.
[๔๑๙] สมฺมาทิฏฺฐึ ภาเวตีติ อฏฺฐงฺคิกสฺส มคฺคสฺส อาทิภูตํ สมฺมาทิฏฺฐึ พฺรูเหติ วฑฺเฒติ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ ปน สมฺมาทสฺสนลกฺขณา สมฺมาทิฏฺฐิ. สมฺมาอภินิโรปนลกฺขโณ สมฺมาสงฺกปฺโป. สมฺมาปริคฺคหณลกฺขณา สมฺมาวาจา. สมฺมาสมุฏฺฐาปนลกฺขโณ สมฺมากมฺมนฺโต. สมฺมาโวทานลกฺขโณ ๗-