ตตฺถ ปาปกานีติ ลามกานิ. กมฺมสมาทานานีติ กมฺมคหณานิ. คหิตสมาทินฺนานํ กมฺมานเมตํ อธิวจนํ. คติสมฺปตฺตึ ปฏิพาฬฺหานิ น วิปจฺจนฺตีติอาทีสุ อนิฏฺฐารมฺมณานุภวนรเส ๒- กมฺเม วิชฺชมาเนเยว สุคติภเว นิพฺพตฺตสฺส ตํ กมฺมํ คติสมฺปตฺตึ ปฏิพาฬฺหํ น วิปจฺจติ นาม. คติสมฺปตฺติยา ปฏิพาหิตํ หุตฺวา น วิปจฺจตีติ อตฺโถ. โย ปน ปาปกมฺเมน ทาสิยา วา กมฺมการินิยา วา กุจฺฉิยํ นิพฺพตฺติตฺวา อุปธิสมฺปนฺโน โหติ, อตฺตภาวสมิทฺธิยํ ติฏฺฐติ. อถสฺส สามิกา ตํ ๓- รูปสมฺปตฺตึ ทิสฺวา "นายํ กิลิฏฺฐกมฺมสฺส อนุจฺฉวิโก"ติ อุปฺปาเทตฺวา อตฺตโนว

ทุคฺคติภเว นิพฺพตฺตสฺส ปน ปาปกมฺมํ คติวิปตฺตึ อาคมฺม วิปจฺจติ นาม. โย ปน ทาสิยา วา กมฺมการินิยา วา กุจฺฉิสฺมึ นิพฺพตฺโต ทุพฺพณฺโณ โหติ ทุสฺสณฺฐาโน, "ยกฺโข นุ โข มนุสฺโส นุ โข"ติ วิมตึ อุปฺปาเทติ. โส เจ ปุริโส โหติ, อถ นํ "นายํ อญฺญสฺส กมฺมสฺส อนุจฺฉวิโก"ติ หตฺถึ วา รกฺขาเปนฺติ อสฺสํ วา โคณํ ๕- วา ติณกฏฺฐาทีนิ วา อาหราเปนฺติ, เขฬสรกํ วา คณฺหาเปนฺติ. สเจ อิตฺถี โหติ, อถ นํ หตฺถีอสฺสาทีนํ ภตฺตมาสาทีนิ วา ปจาเปนฺติ, กจวรํ วา ฉฑฺฑาเปนฺติ, อญฺญํ วา ปน ชิคุจฺฉนียํ กมฺมํ กาเรนฺติ. เอวรูปสฺส ปาปกมฺมํ อุปธิวิปตฺตึ อาคมฺม วิปจฺจติ นาม. โย ปน ทุพฺภิกฺขกาเล วา ปริหีนสมฺปตฺติกาเล วา อนฺตรกปฺเป วา นิพฺพตฺตติ, ตสฺส ปาปกมฺมํ กาลวิปตฺตึ อาคมฺม วิปจฺจติ

นาม. โย ปน ปโยคํ สมฺปาเทตุํ น ชานาติ, อุปสงฺกมิตพฺพยุตฺตกาเล อุปสงฺกมิตุํ น ชานาติ ฯเปฯ โจริกยุตฺตกาเล โจริกํ กาตุํ น ชานาติ, ตสฺส ปาปกมฺมํ ปโยควิปตฺตึ อาคมฺม วิปจฺจติ นาม.

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๙๙๒

ที่มาและฉบับอื่นของ “นิทานสูตร”